แบรนด์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างชั้นนำพร้อมเข้าชิงชัย Best Innovation Award 2024 ในงานสถาปนิก’67

     เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา มีการจัดงานแถลงข่าวสถาปนิก’67 ณ ห้อง เดอะ มูนไลท์ ฮอลล์ จิมทอมป์สัน โดยเนื้อหาการแถลงข่าวแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงแรกแถลงข่าวการจัดงานโดย ASA x TTF, ช่วงที่สองเจาะลึกแนวคิดการออกแบบ Thematic Pavilion, และช่วงสุดท้ายสัมผัสสถาปัตย์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก Best Innovation Award 2024

     การเสวนาในหัวข้อสัมผัสสถาปัตย์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก ผ่านการแลกเปลี่ยนทางความคิดจากตัวแทนแบรนด์วัสดุก่อสร้างชั้นนำที่เข้าประกวด Best Innovation Award 2024 เพื่อชิงรางวัลสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี ได้แก่ บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด, บริษัท ซีเอ็นพี พลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด และ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น

บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด

     คุณวชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Smart System Solution Business  กล่าวถึงนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถพบได้ที่งานสถาปนิก’67 ว่า“ในทุกปี SCG ก็จะมีการนำทัพนวัตกรรมในเครือ มานำเสนอในงานอย่างหลากหลาย และพยายามจะให้ผลิตภัณฑ์ที่นำมาจัดแสดงตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการที่เกิดขึ้น SCG มองว่าวัสดุไม่ใช่เพียงส่วนหนึ่งของสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นพื้นที่การใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นจึงมีการคิดต่อยอดว่าจะทำอย่างไรให้วัสดุ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ในปัจจุบัน ซึ่ง SCG ก็สรุปมาได้ถึง 3 แนวคิด”

  1. SPACE

      ถือเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนอาจสงสัยว่าวัสดุจะมีส่วนสร้างสรรค์พื้นที่อย่างไรได้บ้าง ซึ่งในส่วนนี้ SCG จะมีการนำวัสดุใหม่ ๆ มานำเสนอภายในงานสถาปนิกปีนี้ ยกตัวอย่าง WINDSOR มีประตูบานเลื่อน ขนาด 3×5.60 เมตร สาเหตุที่ประตูใหญ่ขึ้น เพราะ SCG มีแนวคิดว่าคนในสังคมอยากใช้ชีวิตกับธรรมชาติมากขึ้น ในขณะที่ตอนนี้คนทั่วไปอยู่ในบ้านมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย แต่จะทำอย่างไรให้ได้อารมณ์การพักผ่อนทั้งในบ้านและนอกบ้านมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดเป็นประตูบานเลื่อนดังกล่าวขึ้น อีกหนึ่งตัวอย่างที่เป็นไฮไลท์ คือ ShinkoLite ซึ่งเป็นแผ่นโปร่งแสงตัดความร้อน SCG มีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้แผ่น ShinkoLite สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ในบ้านและนอกบ้านได้

  1. SMART TECHNOLOGY

     เทคโนโลยีการใช้ชีวิตในบ้านมีอุปกรณ์หลายอย่างมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นการก้าวข้ามผ่านระหว่างวัสดุมาเป็นโซลูชั่น ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือหลังคา เมื่อกล่าวถึงหลังคาในปัจจุบันไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่บังแดด หรือกันฝนเท่านั้น แต่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งถือเป็นโซลูชั่นหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ในการใช้ชีวิตประหยัดพลังงาน ลดปัญหาโลกร้อนอีกหนทางหนึ่ง

     รวมถึงปัจจุบันสิ่งที่ผู้คนใกล้ชิดคือคุณภาพอากาศ SCG มีความคิดต่อยอดว่าจะมีอุปกรณ์ใด ที่ช่วยเติมอากาศเข้าไปในบ้านได้ และทำให้พื้นที่ในบ้านตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้จริง ๆ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่จะช่วยในเรื่องของความปลอดภัยในบ้าน ซึ่งแนวคิดเหล่านี้จัดอยู่หมวด SMART TECHNOLOGY ซึ่งจะได้เห็นอีกหลายอย่างที่ SCG จะนำมาเสนอในงาน

  1. SUSTAIN ABILTY

     ถือเป็นไฮไลท์ที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องไปอีกหลายปี ในส่วนของหมวด SUSTAINABILTY รวมไปถึง Green Choice ซึ่ง SCG พยายามผลักดันวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และผลิตภัณฑ์ในหมวดหมู่นี้ SCG จะนำมาแสดงในงานสถาปนิกเช่นกัน ตัวอย่างในด้านของวัสดุ คือ ซีเมนต์และ คอนกรีต ถือเป็นพื้นฐานของวัสดุที่ใช้ในการสร้างพื้นที่อยู่อาศัย ในงานสถาปนิกจะได้พบ CPAC 3D Printing ซีเมนต์ที่ Low Carbon ซึ่งจะนำมาสร้างสรรค์งานที่ปลอดของเสีย

     รวมไปถึงฟาซาดที่ใช้ได้หลายฟังก์ชัน เช่น กันความร้อนและผลิตจากวัสดุรีไซเคิล โดยการใช้กากกาแฟมาผสม ตอบโจทย์ในด้านของดีไซน์และ SUSTAINABILTY ตัวอย่างสุดท้ายคือกระเบื้อง COTTO ที่คุ้นเคยในตอนนี้มีรุ่นที่เป็นการใช้วัสดุรีไซเคิล 80 %

     “เมื่อกล่าวถึงทั้ง 3 หมวดและสรุปภาพรวมออกมา ทำให้ได้ชื่อในการจัดงานว่า Forward Into Future Living ก้าวสู่รูปแบบการใช้ชีวิตแห่งอนาคต ซึ่งจะรวมทัพวัสดุอุปกรณ์ รวมไปถึงโซลูชั่นต่าง ๆ ทำให้พื้นที่การใช้ชีวิตตอบโจทย์เทรนด์ที่เป็นกระแสและเป็นประโยชน์ใช้กับนักออกแบบและประชาชนทั่วไป

      SCG มองว่า การที่จะทำให้รุ่นต่อไปอยู่ต่อได้เป็นหน้าที่ของทุกคน ตั้งแต่การออกแบบ วัสดุ หากมองตอนนี้ Net Zero อาจดูใหญ่และไกลตัว แต่หากพยายามทำในส่วนนี้ไปเรื่อย ๆ และร่วมมือกันในทุกหน่วยงาน เพื่อให้ทุกองค์กรมุ่งไปข้างหน้าด้วยกันถือเป็นพันธกิจของทุกคน”

บริษัท ซีเอ็นพี พลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด

     คุณปกครอง โชคนันทิพร กรรมการผู้บริหาร ให้มุมมองความน่าสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมด้าน ต่าง ๆ ของแบรนด์ “นวัตกรรมในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในหลายบริษัท เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของโลก ต้องคำนึงถึงประโยชน์ให้มีความรอบด้าน รวมไปถึงดีไซน์ก็ต้องมีความหลากหลายขึ้น และ Green Product ในด้านการออกแบบนวัตกรรมต่าง ๆ ต้องมีการคิดค้นสิ่งใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่มากขึ้น และปีนี้ บริษัท ซีเอ็นพี พลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ภายใต้แบรนด์ VG มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะร่วมนำเสนอในงานสถาปนิกปีนี้ด้วย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมและวัสดุใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น”

  • Key Product

     “หลังคาไวนิลที่ออกแบบเป็น Multilayer ข้อดีคือลดความร้อนและเสียง ผลิตภัณฑ์ของ VG ที่ผลิตด้วย Multilayer สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างหลากหลาย โดยจะแบ่งเป็นเลเยอร์ 3 ชั้นคือ คอร์เลเยอร์เสริมสร้างความแข็งแกร่ง เลเยอร์ชั้นบนใช้วัตถุดิบน้อยลง แต่คุณภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อทนต่อแสงแดดประเทศไทย และเลเยอร์ชั้นใต้ที่เสริมความสวยงาม ในด้านการใช้งานจะให้ความตอบโจทย์สวยงามมากยิ่งขึ้น และลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น”

  • ความเชื่อมโยงของเทรนด์ความยั่งยืนและแนวคิดตอบสนองความต้องการของผู้ใช้

     “VG พยายามหาวัสดุใหม่ ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ได้อย่างหลากหลาย ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์หลังคาที่ลดความร้อน สามารถลดการใช้พลังงานในบ้าน แบรนด์มองว่าก็ส่งเสริมในเรื่องของเทรนด์เรื่องความยั่งยืนได้เช่นกัน”

  • เชิญชวนสัมผัสผลิตภัณฑ์ใหม่จาก VG

     “ในงานจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยสินค้าหลักภายใต้แบรนด์ VG จะมีชื่อรุ่น วินเทอร์ รูฟ แผ่นหลังคาไวนิล ที่ถูกออกแบบเพื่อเป็นแผ่นหลังคาที่มีความทนทานสูง และราคาย่อมเยา ด้วยนวัตกรรมใหม่ M-uPVC จาก VG มีศักยภาพสูง และโครงสร้างที่แข็งแรง สามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหลังคาหลัก หรือผนังไวนิล ซึ่งหลังคาไวนิล VG รุ่น วินเทอร์ รูฟ เข้ากับบ้านได้หลากหลาย ตั้งแต่บ้านขนาดเล็กไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่ สุดท้ายขอเรียนเชิญทุกท่านชมบูธ VG ได้ที่บูธหมายเลข S103 โดยจะได้พบผลิตภัณฑ์จาก VG มากมายไม่ว่าจะเป็น รางน้ำไวนิล หลังคา รวมไปถึงโซ่รางน้ำ ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมอีกมากมายที่จัดเตรียมสำหรับผู้มาร่วมงานสถาปนิก”

บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

     คุณ บุญประเสริฐ ศิริโรจน์รัตนะ Corporate Brand and  Marketing Supervisor กล่าวถึงเทรนด์ และ Key Product ที่มีผลต่อการพัฒนาแบรนด์ “ยุคปัจจุบันแง่การตีความวัสดุสถาปัตยกรรมเปลี่ยนไปเยอะมาก โดย 2-3 เดือนที่ผ่านมาในเรื่องของเทรนด์มักได้ยินคำว่า Old money และ Quiet luxury ซึ่งเป็นการนิยามความหรูหราที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ความหรูหราต้องตะโกน สมัยนี้ความหรูหราคือการกระซิบ การนิยามความหรูหราตามที่กล่าวมา จึงปรับเปลี่ยนการเลือกดีไซน์การก่อสร้าง ทั้งการออกแบบและวัสดุก่อสร้าง เทรนด์ที่เกิดขึ้นด้านการออกแบบจึงส่งผลให้ลายกระเบื้องน้อยลง บางลง การสัมผัสก็จะให้ความรู้สึกนุ่มนวลมากขึ้น

  • เชิญสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการชมกระเบื้องที่โชว์รูม WDC

     “Presentation ที่นำมาเสนอคือ โชว์รูมที่รัชดาภิเษก สำหรับนวัตกรรมกระเบื้องที่จะนำไปเสนอในงานสถาปนิกปีนี้ อาจเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง แต่สิ่งที่ซ่อนตัวใต้ภูเขาน้ำแข็งจะเป็นโชว์รูมรัชดาภิเษกแห่งนี้ นักออกแบบหลายท่านอาจเคยประสบปัญหาการเทียบสีกระเบื้อง และวัสดุต่าง ๆ ที่ต้องคำนึงถึงหรือที่เรียกว่าค่า CIE ซึ่งแสงธรรมชาติมีบทบาทสำคัญในด้านนี้ หลายครั้งที่ร้านขายกระเบื้องใช้ไฟปรับแต่ง ทำให้การจะดูสีหรือลายกระเบื้องอาจไม่เห็นสีหรือลายที่แท้จริง แต่สำหรับโชว์รูมรัชดาภิเษก WDC มีการออกแบบให้แสงมีความเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ตารางเมตรไหนของโชว์รูม ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์การชมกระเบื้องที่ใหม่ที่สุด ความชัดเจนของสีและลายกระเบื้องถือเป็นไฮไลท์ของโชว์รูมนี้แน่นอน

  • กระเบื้องทัดเทียมหินธรรมชาติ เพื่อโลกที่ยั่งยืน

     สำหรับผลิตภัณฑ์นี้มีความ Green มาก ซึ่ง WDC ไม่ได้มองว่าเรื่อง Green คือเทรนด์หรือไม่ แต่กลับมองว่าเป็นการทำธุรกิจร่วมกับความรับผิดชอบ ปัจจุบัน WDC ดำเนินธุรกิจด้วย ESG ซึ่งพยายามที่จะดูแลธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

     ตามหลักกระเบื้องเป็นวัสดุรักษ์สิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ด้วยความที่วัสดุเป็นสิ่งแทนหิน เพราะใช้ดินเหนียวในการผลิต WDC มองว่ากระเบื้องคือสิ่งเทียมหิน จึงอยากยกระดับกระเบื้องไม่เพียงแค่ด้านดีไซน์ แต่รวมไปถึงการสัมผัสโดยการยกระดับผิวกระเบื้องให้คล้ายคลึงผิวหินตามธรรมชาติ

     ในอดีตหากใช้กล้องส่องไปยังผิวหินของกระเบื้อง จะเห็นว่าผิวมีความจมหรือนูนขึ้น เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ปัจจุบันกระเบื้องของ WDC มีการออกแบบให้ผิวกระเบื้องมีความจมและนูนสลับกันในแผ่นเดียวกัน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหินธรรมชาติอย่างมาก WDC มองว่านวัตกรรมดังกล่าวจะเป็นประตูสู่บริบทใหม่ในการใช้กระเบื้องที่ทัดเทียมหินจริง

     จากการที่ WDC นำเสนอไปไม่ใช่การชี้นำแต่เป็นการชักชวนให้สัมผัสด้วยตัวเอง ในด้านนวัตกรรมกระเบื้องที่จะเลียนแบบหินธรรมชาติได้อย่างแนบเนียน หากท่านใดอยากทราบว่าจะเลียนแบบได้แนบเนียนหรือไม่ ผลิตภัณฑ์กระเบื้องที่กล่าวถึงจะหน้าตาแบบไหน สามารถไปรับชมได้ที่ WDC บูธหมายเลข S108”

     สัมผัสสถาปัตย์นวัตกรรมเปลี่ยนโลก ที่จะเข้าชิงรางวัล Best Innovation Award 2024 และสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อื่น ๆ ตลอด 6 วันเต็ม ได้ที่ งานสถาปนิก’67 ภายใต้แนวคิด Collective Language: สัมผัส สถาปัตย์ ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2567 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี