
ในงานแสดงสินค้า พาวิลเลียนจำนวนไม่น้อยถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เพียงไม่กี่วัน ก่อนจะถูกรื้อถอนเมื่อจบงาน
แต่สำหรับ Specspace การสร้างพื้นที่ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีจุดให้คนเข้ามาชม แต่คือการถ่ายทอดตัวตนและวิธีคิดของแบรนด์ผ่านงานออกแบบ และเมื่อสร้างขึ้นแล้ว สิ่งนั้นก็ควรมีโอกาสถูกนำไปใช้ต่อได้
นี่คือที่มาของ Air-Chitecture พาวิลเลียนขนาด 72 ตร.ม. ที่เปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 และได้รับรางวัล ASA Green Pavilion Awards ระดับ Silver ก่อนถูกนำไปปรับใช้ในบริบทอื่นอีกครั้ง
ด้วย “อากาศ” เป็นองค์ประกอบหลัก Air-Chitecture ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างสำหรับจัดแสดง แต่ถูกออกแบบให้เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่สำหรับกิจกรรม และพื้นที่ที่ชวนให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสวิธีคิดด้านการออกแบบในแบบฉบับของ Specspace

คุณเป๊ก – เปรมณัฐ สุวรรณานนท์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปคสเปซ จำกัด เล่าถึงที่มาของ Air-Chitecture ตั้งแต่โจทย์แรกที่เริ่มจากคำว่า “Space” ไปจนถึงคำถามสำคัญว่า เมื่อสร้างพาวิลเลียนขึ้นมาหนึ่งหลังแล้ว จะทำอย่างไรให้มันสามารถเดินทางต่อไปได้มากกว่าหนึ่งงาน
จากพิธีกรสายบันเทิง สู่ “Friend of Architect”

จุดเริ่มต้นของ Specspace ในงานสถาปนิก ไม่ได้มาจากการเป็นแบรนด์ในแวดวงสถาปัตยกรรมโดยตรง แต่เกิดจากเส้นทางของ คุณเป๊กที่เริ่มต้นในวงการบันเทิง ก่อนจะเข้ามาทำงานด้านบ้านและการออกแบบ และค่อย ๆ ได้รู้จักผู้คนในแวดวงสถาปนิกมากขึ้นตามเส้นทางนั้น
การได้อยู่ตรงกลางระหว่างสองโลกทำให้คุณเป๊กมองเห็นสิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคืองานสถาปนิกไม่ควรเป็นพื้นที่ที่มีเพียงสถาปนิกเดินอยู่เท่านั้น แต่ควรเป็นพื้นที่ที่คนจากหลากหลายวงการเข้ามาเจอกันได้
ด้วยมุมมองนี้ Specspace จึงเลือกนำความสนุกและลูกเล่นจากโลกบันเทิงมาผสมกับความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบ สร้างพื้นที่ที่ไม่ได้มีเพียงสิ่งให้ดู แต่มีประสบการณ์ให้คนได้เข้ามามีส่วนร่วมจริง ๆ จนกลายเป็นแนวทางที่คุณเป๊กเรียกว่า “Specspace Architecture”
สิ่งที่อยากให้คนที่แวะเข้ามาในพื้นที่ได้กลับไปจึงไม่ซับซ้อน “ความสนุก รอยยิ้ม และสาระ”
เพราะเบื้องหลังความสนุกนั้นยังมีความตั้งใจที่จะสร้างประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และทำให้คนที่ไม่ใช่สถาปนิกได้เห็นว่าวิธีคิดแบบนักออกแบบสามารถสร้างอะไรใหม่ ๆ ได้อีกมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Specspace เลือกใช้ “สเปซ” เป็นหนึ่งในวิธีสื่อสารตัวตนของแบรนด์ และงานสถาปนิกก็เป็นพื้นที่สำคัญที่ทำให้แนวคิดนี้ได้ออกมาเจอกับผู้คนจริง ๆ เป็นครั้งแรก
เมื่อ “สเปซ” คืออากาศ และอากาศกลายเป็นสถาปัตยกรรม


โจทย์ตั้งต้นของ Air-Chitecture เริ่มจากการตีความชื่อ Specspace อย่างตรงไปตรงมา
“Space” คือที่ว่าง และเมื่อพูดถึงสิ่งที่อยู่ในที่ว่าง สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนสัมผัสอยู่ตลอดเวลาแต่แทบไม่เคยมองเห็นก็คือ “อากาศ”
คำถามจึงถูกส่งต่อไปยังทีมออกแบบว่า เราจะควบคุมอากาศให้กลายเป็นสเปซที่ใช้งานได้อย่างไร
คำตอบคือโครงสร้างลม หรือ inflatable ที่ Specspace เคยทดลองมาก่อน แล้วนำองค์ความรู้เดิมมาต่อยอดเป็นรูปแบบใหม่สำหรับ Air-Chitecture โดยทีม Looklen Architects ที่เข้ามาช่วยพัฒนาให้แนวคิดเรื่อง “อากาศ” กลายเป็นพื้นที่จริง
และเมื่อ Specspace ไม่ได้มี Product แบบแบรนด์วัสดุหรือซัพพลายเออร์ทั่วไป ตัวพาวิลเลียนเองจึงกลายเป็นสิ่งที่ทำหน้าที่สื่อสารตัวตนของแบรนด์แทน ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความสนุก และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของงานออกแบบ
หนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจคือการนำ ภาพจำของคอนกรีต มาพิมพ์ลงบนผิวของโครงสร้างลม แทนที่จะใช้คอนกรีตจริง ทำให้วัสดุที่มีภาพลักษณ์หนักและแข็ง กลับมาอยู่บนโครงสร้างที่เบาและสามารถพับเก็บเพื่อเดินทางต่อได้
นี่จึงไม่ใช่แค่การทำให้ “อากาศ” กลายเป็นโครงสร้าง แต่เป็นการตั้งคำถามกับวิธีที่เราคุ้นเคยในการสร้างพื้นที่ด้วย
ศาลาพักผ่อนที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ
คุณเป๊กมอง Air-Chitecture ในฐานะ “ศาลาพักผ่อน” แต่การพักในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้ามานั่งเฉย ๆ หากเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้หยุด และสมองได้ว่างพอที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เมื่อคนได้ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ ทั้งสเปซ กิจกรรม และบทสนทนาที่เกิดขึ้นภายใน จึงค่อย ๆ ซึมซับกลายเป็นประสบการณ์และความทรงจำที่คนสามารถนำกลับออกไปได้
ด้วยเหตุนี้ แรงบันดาลใจของ Air-Chitecture จึงไม่ได้อยู่เพียงที่โครงสร้าง แต่รวมถึง Activity ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ด้วย พาวิลเลียนจึงกลายเป็นจุดที่ผู้คนจากหลากหลายกลุ่มได้เข้ามาพบกัน แลกเปลี่ยนความสนใจ และเกิดเป็น Community หรืออย่างที่คุณเป๊กเรียกว่า “Tribe” กลุ่มคนที่มีบางอย่างร่วมกัน และพร้อมจะเดินไปในทิศทางเดียวกัน
เมื่อพาวิลเลียนเสร็จสมบูรณ์ สิ่งที่คุณเป๊กเห็นจึงมากกว่าผลงานออกแบบที่เสร็จสมบูรณ์ แต่คือ การส่งต่อแรงบันดาลใจ จากวิธีคิดของนักออกแบบไปสู่คนที่เข้ามาสัมผัส และอาจนำกลับไปต่อยอดกับงานหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเองในรูปแบบที่แตกต่างออกไป
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Air-Chitecture ไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างพื้นที่ให้คนเข้ามาอยู่ แต่คือการสร้าง Experience ที่ทำให้คนได้หยุด ได้พบ ได้คิด และได้กลับออกไปพร้อมอะไรบางอย่าง
Air-Chitecture ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้หยุดอยู่ที่เดียว

หลังคว้ารางวัล ASA Green Pavilion Awards ระดับ Silver จากงานสถาปนิก’69 Air-Chitecture ไม่ได้ถูกเก็บเข้าคลัง แต่ถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งใน The Secret Sauce Summit 2026 โดยปรับโทนและรายละเอียดให้เข้ากับบริบทใหม่ ภายใต้แนวคิด Sunrise ที่สื่อถึงวันใหม่และจุดเปลี่ยนของเหล่า Builder หรือนักสร้างรุ่นใหม่
สำหรับคุณเป๊ก นี่คือบทพิสูจน์สำคัญว่าแนวคิดเรื่อง Sustainability สามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อพาวิลเลียนหนึ่งชิ้นไม่ได้ถูกคิดมาเพื่อใช้งานครั้งเดียว แต่สามารถเปลี่ยนบริบทและทำหน้าที่ใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น
และนั่นทำให้ภาพของ Air-Chitecture ไปไกลกว่าพาวิลเลียนหนึ่งหลัง เพราะคุณเป๊กมองว่าโครงสร้างนี้ยังสามารถเดินทางต่อไปได้อีก ทั้งในพื้นที่สาธารณะอย่างศาลาว่าการหรือสนามหลวง ไปจนถึงงาน Music Festival ที่เปิดโอกาสให้ตีความพื้นที่และประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ๆ
มุมมองนี้ยังสะท้อนกลับไปถึงแบรนด์และซัพพลายเออร์ที่กำลังออกแบบพื้นที่จัดแสดงในวันนี้ว่า คำถามอาจไม่ใช่แค่ “จะสร้างอะไรให้คนจำได้ในงานนี้” แต่รวมถึง “หลังจากนั้น สิ่งที่สร้างขึ้นจะไปต่อได้อย่างไร”
เพราะเมื่อการนำกลับมาใช้ซ้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ตั้งแต่ต้น Sustainability ก็ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดของเสีย แต่เปิดพื้นที่ให้เกิดวิธีคิดและการแข่งขันด้านการออกแบบรูปแบบใหม่ ซึ่งคุณเป๊กเชื่อว่าจะเป็นแรงส่งให้ทั้งงานสถาปนิกและวงการออกแบบไทยก้าวไปอีกขั้น
แล้วพบกับ Specspace ในงานสถาปนิก’70
จากแนวคิดของ Air-Chitecture จะเห็นว่างานสถาปนิกไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการจัดแสดงวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่ที่คนในวงการออกแบบได้มาพบกัน แลกเปลี่ยนวิธีคิด และเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่อาจนำกลับไปต่อยอดได้จริง
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่คุณเป๊กอยากชวนทั้งสถาปนิก นักออกแบบ คนในวงการบันเทิง รวมถึงคนทั่วไปที่สนใจเรื่องบ้านและการออกแบบ ให้ลองเข้ามาสัมผัสงานสถาปนิกด้วยตัวเอง
เพราะในมุมของเขา งานนี้มีอะไรให้มากกว่าสินค้าจากซัพพลายเออร์ แต่ยังมี วิธีคิดของสถาปนิก นวัตกรรม และคอมมูนิตี้ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในพื้นที่เดียว
แล้วสำหรับ Specspace ในงานสถาปนิก’70 จะมีอะไรใหม่ให้ได้เห็นกัน และพาวิลเลียนของ Specspace ที่เคยใช้ “ลม” เป็นวัสดุหลักจะถูกต่อยอดไปในทิศทางไหน คุณเป๊กทิ้งท้ายไว้เพียงว่า
“ปีหน้ามันอาจจะเป็นลมจริง ๆ หรือเห็นแล้วเป็นลมเลยก็ได้”
คำตอบจะเป็นอย่างไร คงต้องมาติดตามกันที่งานสถาปนิก’70
งานสถาปนิก’70 เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้พบกับงานออกแบบ วัสดุ นวัตกรรม และผู้คนจากหลากหลายสาขาที่กำลังขับเคลื่อนวงการไปสู่ระดับใหม่
จองพื้นที่งานสถาปนิก’70 ได้แล้ววันนี้: https://architectexpo.com/th/space-reservation/
