ท่ามกลางสภาพอากาศที่ส่งผลให้ปัญหาการรั่วซึมเป็นความท้าทายสำคัญของงานก่อสร้าง Mcwell เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบกันซึม ด้วยการนำเทคโนโลยีจากยุโรปมาปรับใช้ให้เหมาะกับประเทศไทย พร้อมประสบการณ์ยาวนานกว่า 20 ปี โดยบุกเบิกพัฒนาตลาดกันซึมคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์ Triflex จากเยอรมนี ซึ่งเป็นระบบกันซึมประสิทธิภาพสูง ช่วยแก้ปัญหาการรั่วซึมและยืดอายุการใช้งานอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณจิรเดช ยิ่งสุทธิพันธุ์-General Manager บริษัท แมคเวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า Mcwell มุ่งพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยี เช่น PMMA และ STPE มาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของงานก่อสร้าง Mcwell จึงไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายวัสดุ แต่เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอาคาร และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ความยั่งยืน
Mcwell พร้อมนำเสนอประสบการณ์ใหม่ของมาตรฐานระบบกันซึมระดับสากล
จากประสบการณ์การเข้าร่วมงานในปีที่ผ่านมา บริษัทได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากทั้งสถาปนิก วิศวกร และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ทำให้เห็น Pain Point สำคัญอย่างชัดเจน โดยได้มีการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศเยอรมนี เพื่อนำเทคโนโลยี PMMA และ STPE มาปรับใช้ให้สามารถแก้ไขปัญหาในจุดที่ท้าทายที่สุดของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นรอยต่อ รายละเอียดเชิงสถาปัตยกรรม รวมทั้งในจุดที่ยากที่สุด (Detailing) โดย Mcwell พร้อมรุกสู่ตลาดงาน Renovation และงานสถาปัตยกรรมระดับ High-end อย่างเต็มรูปแบบ
การเข้าร่วมงาน สถาปนิก’69 ในครั้งนี้ จึงเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ค้นหาแนวทางใหม่ และร่วมกันยกระดับมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างให้ก้าวไปอีกขั้น

“Life Cycle Cost” และ “Knowledge Sharing”
ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้นในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง บริษัทเลือกปรับกลยุทธ์โดยไม่เน้นการแข่งขันด้านราคา แต่หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด “Life Cycle Cost” ควบคู่กับ “Knowledge Sharing” เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาว
โดยมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์แบบ Education-led Sales ผ่านการให้ความรู้ทั้งในระดับสถาบันการศึกษา กลุ่มผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับมาตรฐานงานติดตั้งระบบกันซึมในประเทศไทยให้เทียบเท่าระดับสากล
ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีด้าน AI ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเริ่มนำมาใช้ในการคำนวณปริมาณวัสดุอย่างแม่นยำ รวมถึงการจำลองรูปแบบการทำงานของระบบกันซึมในรูปแบบ 3D ในแต่ละเลเยอร์ของระบบกันซึม เพื่อช่วยลดการสูญเสียวัสดุ (Zero Waste) และสนับสนุนการออกแบบรายละเอียดที่ซับซ้อนให้สถาปนิกสามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นก่อนการก่อสร้างจริง

สถาปัตยกรรมเพื่อสุขภาวะ (Wellness Architecture)
แม้วัสดุกันซึมอาจดูเป็นเพียงองค์ประกอบเชิงเทคนิคของอาคาร แต่ในมุมมองของบริษัท กลับถือเป็น “รากฐานของสุขภาวะ” ที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคารในระยะยาว
ในมิติของ Biomedical และ Building Science บริษัทให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ โดยระบบกันซึมที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยี PMMA และ STPE มีคุณสมบัติเป็น Solvent-free และ Isocyanate-free รวมถึงปราศจากสารระเหยที่เป็นพิษ (VOCs) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานยุโรป ช่วยส่งเสริมคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality) และสอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานอาคารเพื่อสุขภาวะ
นอกจากเรื่องสุขภาพภายในอาคารแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สีเขียว (Greenery) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน โดยหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือระบบ Triflex Green Roof ที่สามารถป้องกันการชอนไชของรากไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สถาปนิกสามารถออกแบบพื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้าได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาการรั่วซึมในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับอาคาร แต่ยังเปรียบเสมือนการสร้าง “พื้นที่ปอด” ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาวะของผู้ใช้งานได้อย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นว่าวัสดุกันซึมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของโครงสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอาคารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผ่าน 3 แกนหลัก
ในด้าน Innovation บริษัทได้นำเทคโนโลยีวัสดุกันซึมจากประเทศเยอรมนี เช่น PMMA และ STPE เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาการรั่วซึมซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของอาคาร โดยมุ่งลดความเสี่ยงในระยะยาวและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโครงสร้าง
ขณะที่ Efficiency เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ โดยระบบกันซึมของบริษัทสามารถเซ็ตตัวได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้กระบวนการก่อสร้างเสร็จสิ้นได้ไวขึ้น ลดระยะเวลาการทำงานหน้างาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงชุมชนโดยรอบ
นอกจากนี้ ในมิติของ Education บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม ผ่านการจัด Training Workshop ให้กับช่างติดตั้งและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังสถาบันการศึกษาและสมาคมวิชาชีพ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ และยกระดับมาตรฐานการทำงานในภาพรวม
แนวทางทั้ง 3 ด้านนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของบริษัทในการสร้างคุณค่าให้มากกว่าผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการพัฒนา “ระบบนิเวศ” ของอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน


German Technology
สิ่งที่พลาดไม่ได้ในงานสถาปนิก’69 คือ “German Technology” ที่เตรียมนำมาเสนอภายในบูธอย่างเต็มรูปแบบ โดยหนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการสาธิตระบบกันซึม SmartTec ซึ่งสามารถติดตั้งได้แม้บนพื้นผิวที่มีความชื้นสูง สะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ข้อจำกัดหน้างานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกเหนือจากการนำเสนอเทคโนโลยี บริษัทคาดหวังให้งานครั้งนี้เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่เป็นเวทีสำหรับ “การแลกเปลี่ยนความรู้” ระหว่างผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเปิดรับมุมมองและโจทย์ที่ท้าทายจากสถาปนิกและผู้พัฒนาโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดและพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

วัสดุที่จะช่วยส่งเสริมงานออกแบบให้ไร้ขีดจำกัด
โดยภายในบูธ ผู้เข้าชมจะได้พบกับทีมผู้เชี่ยวชาญด้านระบบกันซึมของ Mcwell ที่พร้อมให้คำปรึกษาและนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์จากการใช้งานจริงในหลากหลายประเภทโครงการ
การเข้าร่วมครั้งนี้ยังเป็นพื้นที่สำหรับการค้นหาคำตอบร่วมกันระหว่างผู้ออกแบบ ผู้พัฒนาโครงการ และผู้เชี่ยวชาญ ในการคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับทุกคนอย่างยั่งยืน
มาพบกับ Mcwell ได้ที่บูธ D405/2 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี