28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’26

ย้อนชมความสำเร็จปีแรกของ Palette of Materials Pavilion

พื้นที่ที่เปลี่ยน Mood Board ให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของการค้นหาแรงบันดาลใจด้านวัสดุ

ภายในงานสถาปนิก’69 ที่ผ่านมา Palette of Materials Pavilion ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในฐานะพื้นที่ไฮไลต์ใหม่ที่ชวนให้ผู้ชมมอง “วัสดุ” ในมุมที่แตกต่างออกไป จากเดิมที่วัสดุแต่ละประเภทมักถูกจัดแสดงแยกตามหมวดสินค้าและบูธผู้จัดแสดง พื้นที่แห่งนี้ได้ทดลองเปลี่ยนประสบการณ์การเดินชมงานให้กลายเป็นการสำรวจวัสดุผ่าน Mood Board ที่รวบรวมความหลากหลายของสี พื้นผิว จังหวะ และการจับคู่วัสดุไว้ภายในบริบทเดียวกัน

ตลอดช่วงเวลาจัดงาน Palette of Materials Pavilion จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงโซนจัดแสดงวัสดุ แต่กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ผู้ชมจำนวนมากเลือกเริ่มต้นการเดินชมงาน ทั้งสถาปนิก นักออกแบบ ผู้ประกอบการ เจ้าของโครงการ ไปจนถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจงานออกแบบ ซึ่งต้องการมองเห็นภาพรวมของวัสดุภายในงานได้ชัดขึ้น และต่อยอดการเดินชมบูธต่าง ๆ ได้อย่างมีทิศทางมากขึ้น

ด้วย Mood Board จำนวน 80 ชิ้น จากกว่า 40 สตูดิโอ ที่สร้างขึ้นจากวัสดุจริงกว่า 800 ชิ้น Palette of Materials Pavilion ได้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการตีความวัสดุ ผ่านมุมมอง วิธีคิด และภาษาการออกแบบของแต่ละสตูดิโอ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นทั้ง Material Directory พื้นที่รวมแรงบันดาลใจ และอีกหนึ่งรูปแบบของการนำเสนอวัสดุที่เชื่อมโยงผู้ชม ดีไซเนอร์ และแบรนด์เข้าด้วยกัน

ความสำเร็จของ Palette of Materials Pavilion ในปีแรก จึงไม่ได้อยู่เพียงที่จำนวน Mood Board หรือวัสดุที่ถูกนำมาจัดแสดง แต่คือการทำให้ “วัสดุ” ถูกมองในฐานะส่วนหนึ่งของแนวคิด กระบวนการออกแบบ และประสบการณ์ของพื้นที่ มากกว่าการเป็นเพียงตัวอย่างสินค้าเพียงอย่างเดียว

ต่อไปนี้คือแนวคิดเบื้องหลัง Mood Board จากแต่ละสตูดิโอ ที่ร่วมกันสร้างให้ Palette of Materials Pavilion กลายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่น่าจับตามองภายในงานสถาปนิก’69

1. ACa Architects

ACa Architects ถ่ายทอด Mood Board สองแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ผ่านโทนสีและพื้นผิวของวัสดุ โดยชิ้นแรกมาในธีม Deep Forest ใช้โทนสีเย็นอย่างเทาและเขียวเข้ม ร่วมกับแผ่นอะคริลิกสีขุ่นและพื้นผิวโลหะ เพื่อลดความทึบของภาพรวมให้ดูเบาและไหลลื่นขึ้น

อีกชิ้นในธีม Amber Earth ใช้โทนน้ำตาล เบจ และส้มอ่อนจากหินและไม้ที่มีลวดลายเด่น ผสมกับกระเบื้องลอน เสื่อทาทามิ และกระจกผิวซาติน เพื่อสร้างองค์ประกอบที่ดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวามากขึ้น

2. Atelier of Architect

ทั้งสอง Mood Board มองว่าวัสดุในงานสถาปัตยกรรมเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างสองขั้ว ระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ กับสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตโดยมนุษย์ วัสดุหนึ่งถือกำเนิดจากดิน ฟ้า อากาศ ร่องรอยของกาลเวลา และความไม่สมบูรณ์แบบ ขณะที่อีกวัสดุหนึ่งเกิดจากการออกแบบ การควบคุม และความตั้งใจอย่างแม่นยำ

เสน่ห์ของ Mood Board นี้จึงไม่ได้อยู่ที่การเลือกว่าวัสดุแบบใดสำคัญกว่า แต่อยู่ที่แรงตึงระหว่างความดิบตามธรรมชาติกับเจตนาของมนุษย์ ซึ่งทำให้งานสถาปัตยกรรมก้าวข้ามจากเพียงพื้นที่ใช้งาน ไปสู่พื้นที่ที่สร้างอารมณ์และความรู้สึกให้กับผู้คนได้พร้อมกัน

3. ativich / studio

ativich / studio ถ่ายทอดแนวคิดผ่าน Mood Board สองชุดที่พูดถึงสัมผัสของวัสดุและความเป็นธรรมชาติ โดย nature within มองถึงการผสานความเป็นธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ภายใน ผ่านความแท้จริงของพื้นผิวและสัจจะวัสดุ เพื่อสร้างสัมผัสและประสบการณ์ในการตกแต่งภายใน

ขณะที่ Natural texture and exterior touch พูดถึงการสัมผัสความธรรมชาติผ่านสัจจะของวัสดุ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในงานสถาปัตยกรรม

4. ATOM Design

ATOM Design ถ่ายทอด Mood Board สองอารมณ์ผ่านคำอธิบายที่กระชับ ชิ้นแรกพูดถึงความอบอุ่นของไม้ ความนุ่มนวลของสีขาว และ texture ของวัสดุสาน ที่รวมกันเป็นการแสดงออกทางสถาปัตยกรรมอย่างอ่อนโยน

ขณะที่อีกชิ้นเน้นความแม่นยำของไทเทเนียม ความลึกของสีเทาเข้ม และความลึกลับของกระจกสีดำ เพื่อสร้างการแสดงออกทางสถาปัตยกรรมที่เย้ายวนและมีเสน่ห์ในอีกแบบหนึ่ง

5. B-YOND ARCHITECTURE

นำเสนอความเป็นทรอปิคอลที่ถูกลดทอนให้ดู modern, clean และ minimal ผ่านการเล่น contrast ของ texture แทนการใช้สีเป็นหลัก

อีกชิ้นพูดถึงการผสมผสานระหว่างความเป็นธรรมชาติและความอบอุ่นในความเนี้ยบของวัสดุสีโทนเข้ม โดยใช้เส้นแนวตั้งและแนวนอนจากแผ่นอะลูมิเนียมและระแนงไม้ เพื่อสร้าง façade หรือผนังที่มี rhythm ซ้ำ ๆ แต่ไม่จำเจ

6. CONTEXT STUDIO

The Finding of Mindfulness คือแนวคิดของ Mood Board บอร์ดแรก ที่มองว่าท่ามกลางความวุ่นวายในปัจจุบัน ผู้คนต้องการพื้นที่สงบเพื่อกลับมารวบรวมความนิ่งภายใน วัสดุและโทนสีที่เลือกจึงได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาญี่ปุ่นอย่าง Zen, Wabi-sabi และงานฝีมือญี่ปุ่น

อีกบอร์ดในชื่อ A Re-invention of Subtle Thai Post-Modern materials palette นำ terrazzo และพื้นผิว fluted ซึ่งพบเห็นต่อเนื่องในบ้านและอาคารไทยยุค Post-Modern มาตีความร่วมกับแผงไม้เรขาคณิตสีเข้มและหนัง เพื่อสร้างความคลาสสิกและสง่างามเหนือกาลเวลา

7. Creative Territories

Creative Territories ใช้แนวคิด Warm Minimalism ในทั้งสอง Mood Board ชิ้นแรกพูดถึงพื้นที่ที่สงบ นิ่ง และมีความหนักแน่น ผ่านการให้ความสำคัญกับสัดส่วน แสง และวัสดุเป็นหลัก โทนสีและพื้นผิวที่ muted ช่วยทำให้เรขาคณิตของพื้นที่ดูนุ่มลง และสร้างบรรยากาศที่สมดุล

อีกบอร์ดพูดถึงความเรียบง่ายที่มีความ tactile และเข้าถึงง่าย ผ่าน palette โทนกลางที่ซ้อนทับกันอย่างตั้งใจ เปิดให้ texture ของวัสดุปรากฏออกมา โดยยังคงบรรยากาศที่สงบ อบอุ่น และใกล้ชิด

8. DOUBLE V GROUP

Textural Harmony คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก ที่ผสมผสานวัสดุไม้ โทนสีเอิร์ธ และพื้นผิวที่มีมิติ โดยเน้นความแตกต่างของผิวสัมผัสมากกว่าการใช้สีจัดจ้าน

อีกบอร์ดใช้แนวคิด Minimalism with a Touch of Luxury ผ่านการจับคู่วัสดุเลียนแบบธรรมชาติกับวัสดุที่ให้ความรู้สึก luxury เช่น ไม้สองโทน หินอ่อนขาว travertine ผิวโลหะสีทอง และสีเบจ เพื่อสร้างบรรยากาศแบบ soft luxury

9. DUCTSTORE THE DESIGN GURU

DUCTSTORE THE DESIGN GURU มุ่งเน้นการใช้แพทเทิร์น เส้นสาย และความ contrast ของวัสดุ โดยทั้งสอง Mood Board พูดถึงการใช้ความต่างของวัสดุเพื่อช่วยให้งานสถาปัตยกรรมมีความน่าสนใจและโดดเด่นมากขึ้น

10. EKAR

EKAR มองว่าสถาปัตยกรรมเกิดจากการผสานกันอย่างสมบูรณ์ระหว่างความงามและประโยชน์ใช้สอย ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงบริบทเฉพาะของพื้นที่ในทุกมิติ วัสดุอย่าง stainless steel, wood และ slate ถูกเลือกมาเพราะมีอัตลักษณ์ในการออกแบบที่ชัดเจน และถูกกำหนดโดยข้อจำกัดและบริบทของแต่ละพื้นที่

11. GAPTHANAVATE

GAPTHANAVATE ใช้คำอธิบายสั้น ๆ อย่าง “GREY” และ “TRANSPARENT” เป็นแนวคิดหลักของ Mood Board ทั้งสองชิ้น โดยเลือกจัดวางองค์ประกอบและโทนสีให้สอดคล้องกับชื่อของแต่ละชิ้นอย่างตรงไปตรงมา ทั้งโทนสีเทาเข้มในบอร์ดแรก และเลเยอร์โปร่งเบาในบอร์ดที่สอง

12. HAA Studio

Modern Industrial Warmth คือแนวคิดของ Mood Board ชุดแรก ที่ถ่ายทอดการผสานความดิบของโลหะเข้ากับความอบอุ่นของธรรมชาติ ลดทอนความแข็งกระด้างด้วยรายละเอียดที่อ่อนโยนและการเล่นแสงผ่านกระจกฝ้า

อีกบอร์ดในชื่อ Contemporary Earth Tone ผสมผสานโทนสีธรรมชาติเข้ากับวัสดุสมัยใหม่ ผ่านโทนน้ำตาลของไม้ เทาเข้ม เทาอ่อน และสีขาว เพื่อสร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและร่วมสมัย

13. HAS design and research

Mood Board ชิ้นแรกของ HAS design and research ใช้โทนธรรมชาติที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับสิ่งแวดล้อม ผ่านวัสดุจากพื้นผิวที่พบได้ทั้งในธรรมชาติและงานก่อสร้างพื้นฐาน เช่น หินสีเทา ไม้ คอนกรีต วัสดุผสม และวัสดุโปร่งแสง

อีกบอร์ดตีความวัสดุผ่านภาษาสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา และซื่อสัตย์ต่อคุณสมบัติแท้จริงของวัสดุ ตั้งแต่วัสดุผิวหยาบ แผ่นโลหะ วัสดุทรงโค้ง รางอะลูมิเนียม ไปจนถึงบานพับโลหะ ซึ่งสะท้อนความเข้าใจในวัสดุ โครงสร้าง และกระบวนการผลิตอย่างตรงไปตรงมา

14. Hypothesis

Mood Board ชิ้นแรกถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ Hypothesis ผ่านผลงานที่หลากหลาย โดยไม่ยึดติดกับกรอบสไตล์ใดสไตล์หนึ่ง แต่ละโครงการสะท้อนตัวตนเฉพาะผ่านการหลอมรวมวิสัยทัศน์ของผู้ออกแบบเข้ากับความต้องการของผู้ใช้งาน

อีกบอร์ดนำเสนออัตลักษณ์ของ Hypothesis ผ่านการใช้สีโทนเข้ม ความกักขฬะ ความอัปลักษณ์เชิงสุนทรีย์ และการเผยสัจจะวัสดุ พร้อมเสริมความเรียบหรูด้วยวัสดุเครื่องหนังและสแตนเลสสีทอง

15. Inly Studio

Inly Studio ถ่ายทอด Mood Board ชิ้นแรกผ่าน palette อบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัสดุภายนอกอาคาร เช่น terracotta, terrazzo และโทนธรรมชาติที่นุ่มนวล เพื่อสะท้อนความซื่อสัตย์ของวัสดุ

อีกบอร์ดผสมผสานไม้ หิน และ natural finishes เพื่อสร้างความต่างอย่างละเอียดอ่อนทั้งในด้าน texture และ tone สะท้อนภาษาการออกแบบที่สมดุล เรียบง่าย และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

16. JUNSEKINO

Earthy Modernism & Layered Light คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก ที่ผสานความอบอุ่นดิบของ corten steel และไม้ เข้ากับ travertine และ brushed metal พร้อมเลเยอร์โปร่งแสงที่เพิ่มความลึกและความโปร่งเบา

อีกบอร์ดภายใต้แนวคิด Harmony of Contrasts สร้างสมดุลระหว่างความคมแบบอุตสาหกรรมของโลหะกับความอบอุ่นของไม้สีเข้ม เติมรายละเอียดด้วย terrazzo และเลเยอร์โปร่งแสง เพื่อสร้าง aesthetic ร่วมสมัยสำหรับงานสถาปัตยกรรมเมือง

17. LANA DESIGN STUDIO

Earth-Toned Textures & Translucent Serenity คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก ผ่าน timber decking พื้นผิวโทนทราย หินสีเทาที่มีเส้นสายธรรมชาติ และ frosted glass ที่ช่วยจับแสงให้นุ่มและกระจายตัว

อีกบอร์ดใช้แนวคิด Monochromatic Contrast & Vital Warmth โดยผสมผสานแพทเทิร์นขาวดำกับ perforated steel และเติมความอบอุ่นด้วย texture สีส้ม เพื่อสร้างความน่าสนใจทางสายตาผ่านความต่างของโทนสีและวัสดุ

18. Looklen Architect

Mood Board ชิ้นแรกของ Looklen Architect อยู่ภายใต้แนวคิด “ดิบอย่างประณีต” โดยเลือกวัสดุจากแนวคิด “ความนิ่งที่มีชีวิต” เน้นพื้นผิวจริงและการตอบสนองต่อแสงอย่างเป็นธรรมชาติ คอนกรีตและหินทำหน้าที่สร้างความหนักแน่น มั่นคง และสงบ ขณะที่โลหะช่วยสะท้อนและรับแสง ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา

อีกบอร์ดใช้แนวคิด Organic Modern Harmony ถ่ายทอดการผสานกันระหว่างธรรมชาติและสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผ่านรูปทรงโค้ง ความโปร่งโล่ง และการจัดวางอย่างมีจังหวะ โดยใช้วัสดุอย่างไม้ หิน terrazzo acrylic glass textile ceramic tile metal และ greenery เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่นของธรรมชาติและความประณีตแบบโมเดิร์น

19. MooVE Design

Mood Board บอร์ดแรกของ MooVE Design ผสานปรัชญาตะวันออกเข้ากับ Suprematism และใช้ AI เป็นเครื่องมือร่วมตรวจสอบสมดุลของระนาบและน้ำหนักทางสายตา องค์ประกอบได้รับแรงบันดาลใจจากจังหวะของ Shoji screen ที่ Katsura Imperial Villa และตีความผ่านวัสดุที่หลากหลาย เพื่อสร้างความลึกและ dynamic ทางสายตา

อีกบอร์ดสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง Plane และ Line ผ่านองค์ประกอบอย่าง Asymmetry & Balance, Contrast of Tactility และ Implicit Grid โดยวางวัสดุผิวดิบ เช่น cork และองค์ประกอบทรงกลม คู่กับวัสดุ refined อย่าง polished metal sheet และ aluminum strip เพื่อสร้าง tension ทางสายตา

20. Mun Architect

Mun Architect มองว่าความสัมพันธ์อันกลมกลืนระหว่างงานระบบวิศวกรรม งานสถาปัตยกรรม และงานออกแบบภายใน ซึ่งถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นองค์รวม คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคุณค่าทางสุนทรียภาพและความงามในงานออกแบบอย่างแท้จริง

21. Nitaprow

22. Physicalist Architects

“The Unseasoned” คือชื่อของ Mood Board ชิ้นแรก ที่รวมวัสดุอย่าง sound insulation, patterned glass, black stainless steel corner trim และ gloss metal knob ไว้ภายในองค์ประกอบเดียว

อีกบอร์ดใช้ชื่อ “A Study in Orange” โดยเลือกใช้ terrazzo 3 ประเภท ร่วมกับ laminated glass, Amber Travertine stone, texture paint, solid teak wood, velvet curtain และ matte metal knob

23. PIORNI

PIORNI ถ่ายทอด feminine energy ผ่านสไตล์ Japandi โดยใช้โทนสงบและเป็นธรรมชาติเป็นหลัก มี tatami texture, patterned fabric, coral pink, Breccia Damascata stone, transparent glass, Japanese paper texture, Hinoki wood, textile และ faux leather เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ละเอียด และ refined

อีกบอร์ดเกิดจาก masculine vibe and energy โดยใช้ dark wood tone และ deep stone tiles เป็นฐาน เสริมด้วย natural stone โทน yellow-gold และ deep gray เพิ่ม contrast และความน่าสนใจทางสายตา พร้อมใช้เส้นแนวตั้งและ textured transparent glass เพื่อสร้าง rhythm และมิติให้พื้นที่ดู dynamic

24. POAR

POAR ใช้แนวคิด tactile honesty ผ่านการจัดวางความหยาบของ masonry เทียบกับความเรียบของ timber และ fluted surfaces เพื่อสร้างบรรยากาศที่สมดุล เหมาะกับพื้นที่พักอาศัยระดับ high-end หรือ boutique commercial

อีกบอร์ดเน้น material honesty ผ่าน solid wood และ natural stone tiles เพื่อแสดงพื้นผิวจริงและโทนธรรมชาติ สร้างบรรยากาศทางสถาปัตยกรรมที่สงบและ timeless

25. pbm

Material as Medium of Light คือแนวคิดเดียวกันใน Mood Board ทั้งสองชิ้นของ pbm โดยมองว่าแสงเคลื่อนไหวก่อนที่รูปทรงจะปรากฏ กระจกช่วยทำให้ขอบเขตนุ่มลง ไม้เพิ่มความอบอุ่น และพื้นผิวแร่ธรรมชาติช่วยเก็บร่องรอยของเวลาไว้บนผิววัสดุ เมื่อนำมารวมกัน วัสดุเหล่านี้สร้างบทสนทนาอย่างเงียบ ๆ ระหว่างเงาและแสงสว่าง ทำให้พื้นที่ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างแข็งตัว แต่ค่อย ๆ ถูกเผยให้เห็นอย่างนุ่มนวล

26. Sanitas Studio

Sanitas Studio นำเสนอ Mood Board ซีรีส์ In Between โดยบอร์ดแรกคือ impermanence หรือสัจจะของวัสดุที่รังสรรค์พื้นที่กลางระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ วัสดุธรรมชาติอย่างหิน ไม้ และสนิม บอกเล่าร่องรอยของเวลา ความไม่สมบูรณ์แบบ และพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

อีกบอร์ดคือ Reflection พูดถึงความร่วมสมัยที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างวัสดุที่ธรรมชาติสร้างขึ้นและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างตั้งใจ เช่น หินจริง อะคริลิกสีแดงเงา และวัสดุผิวสะท้อน เพื่อสร้าง space ที่สะท้อนสิ่งรอบตัว เปลี่ยนแปลง และดึงดูดสายตา

27. SA TA NA ARCHITECTS

Warmth Within One’s Own Space คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก โดยมองว่าความอบอุ่นเกิดขึ้นผ่าน tactility ของวัสดุ แสง และสัดส่วน มากกว่าความหลากหลายทางสายตา โทนอ่อน พื้นผิว refined และ reflection ที่นุ่มนวล ช่วยสร้างความใกล้ชิดและความสงบในชีวิตประจำวัน

อีกบอร์ดคือ The Simplicity of Happiness ถ่ายทอดความเรียบง่ายในฐานะความแม่นยำของการลดทอน ทุกองค์ประกอบมีความหมาย โทนสีขาวและแสงธรรมชาติสร้างความสงบของพื้นที่ ขณะที่ matte surfaces และ texture ที่ละเอียดอ่อนช่วยเพิ่ม depth อย่างพอดี

28. Space+craft

Space+craft ถ่ายทอดการยกระดับ compact living ผ่าน palette ขาวดำเหนือกาลเวลา วัสดุถูกเลือกเพื่อสะท้อน understated luxury และช่วยเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ refined และใช้งานได้จริง

อีกบอร์ดตีความหลักการของ Mid-Century Modern ใหม่ ด้วยการเติมบุคลิกที่สดใสและความอบอุ่นแบบ lived-in ผ่าน clean lines, iconic silhouettes, bold color blocking, eclectic curated feel, พื้นขาวสะอาด ไม้โทนอุ่น และสีเข้มอย่าง deep oxblood หรือ cherry red ในองค์ประกอบ built-in

29. SPEC SPACE

SpecSprem Cave Mancave คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก พื้นที่ส่วนตัวของคุณผู้ชายที่มีหลายมิติ ทั้งความเท่ ความลึก และความสนุกกับชีวิตที่มีสีสัน

อีกบอร์ดคือ Specspace Air-Chitecture ภายใต้ประโยค “หนักที่วัสดุ แต่เบาที่ความรู้สึก” สื่อถึงบูธสเปคสเปซในงานสถาปนิก’69 ที่พูดถึงบ้านหนัก ๆ ให้เบาสมอง โดยใช้สีเทาแทนสัจจะวัสดุดิบและความหนักของบ้าน ขณะที่สีส้มเปรียบกับช่วงเวลา sunset ริมทะเลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

30. Storage Studio

Storage Studio ใช้แนวสีโทน neutral ที่ให้ความสบายทางสายตาและความรู้สึก พร้อมเสริมลูกเล่นโทนเขียวให้ดูมีชีวิตและผ่อนคลายขึ้น

อีกบอร์ดนำเสนอวัสดุสีหลักคือสีขาว โดยใช้พื้นผิว ลวดลาย และแสงเงาที่แตกต่างกัน เสริมด้วยไม้สีอ่อน และตัดด้วยไม้สีดำเข้มเพื่อเน้นพื้นที่

31. Studio Krubka

Soft / Playful / Interior คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก สื่อถึงบรรยากาศของพื้นที่ภายในที่อบอุ่น เป็นมิตร และมีชีวิตชีวา ผ่านการผสมผสานวัสดุธรรมชาติเข้ากับวัสดุโปร่งและสะท้อนแสงอย่างกระจกและโลหะ โทนสีหลากหลายแต่ยังคงความนุ่มนวล ช่วยสร้างความรู้สึกสนุกและผ่อนคลาย

อีกบอร์ดคือ Dark / Brutal / Industrial สื่อถึงมวลของสถาปัตยกรรม ผ่านโทนสีเข้มทั้งหมด เพื่อสร้างความรู้สึกหนัก นิ่ง และเท่แบบ industrial พร้อมใช้ texture ที่ค่อนข้างหยาบ เพื่อให้สัมผัสของวัสดุมีความจริงและมีมิติ

32. Studio Locomotive

Narratives Through Materiality คือแนวคิดของ Mood Board ชิ้นแรก โดยมองว่าวัสดุที่ทำให้รับรู้ถึงภูมิประเทศ อุณหภูมิ หรืองานฝีมือ เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการตีความและสร้างบทสนทนากับพื้นที่ออกแบบ การเล่าเรื่องภูมิปัญญาและวิถีเฉพาะถิ่นสามารถถ่ายทอดผ่านวัสดุธรรมชาติในท้องที่ หรือวัสดุทดแทนที่ใกล้เคียงกับบริบทนั้น

อีกบอร์ดคือ The Stage of Neutrality กล่าวถึงวัสดุดิบ โทนกลาง และมีมิติจาก texture ที่ซับซ้อน ซึ่งช่วยจัดการพื้นที่หรือวัตถุขนาดใหญ่ที่ไม่ต้องการแสดงตัวตนมากเกินไป วัสดุเหล่านี้ทำงานร่วมกับแสง เงา และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อเป็นฉากหลังให้สิ่งอื่นปรากฏ

33. STUDIO MITI

STUDIO MITI นำเสนอแนวคิดเดียวกันในทั้งสอง Mood Board คือการจัดวางโครงสร้างแบบไล่ระดับจากพื้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้น เพื่อสร้างมุมมองที่แตกต่างกันตามการรับรู้ของแต่ละพื้นที่

34. Studio PATH

การผสมวัสดุอย่างเรียบง่าย คือแนวคิดของ Mood Board ชุดแรก ที่แม้จะมี contrast ของวัสดุอยู่ภายใน แต่ทุกองค์ประกอบยังถูกควบคุมให้อยู่ในสัดส่วนที่พอดี ทำให้ composition โดยรวมยังคงความสมดุลและต่อเนื่อง

ส่วน Materials in balance นำไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น หินที่เย็น และโลหะที่นุ่มนวล มาจัดวางร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่เงียบ นิ่ง และมั่นคง

35. stu/D/O

stu/D/O ใช้วัสดุธรรมชาติร่วมกับ accent สีอย่างละเอียดอ่อน เพื่อสร้างจุดสนใจทางสายตาโดยไม่รบกวนโทนรวมที่ยังคงนุ่มนวลและสงบ พื้นผิวเรียบถูกผสมกับวัสดุที่มีความ expressive มากขึ้น เพื่อเพิ่ม depth ให้พื้นที่

อีกบอร์ดเลือกใช้ neutral finishes ที่มี tactility ตามธรรมชาติและความแตกต่างอย่างละเอียดอ่อน พร้อมเลเยอร์ทึบแสงที่ช่วยสร้าง depth ให้แสงกระจายตัวอย่างนุ่มนวล และสร้าง spatial hierarchy โดยไม่เกิด visual noise

36. TPDesign and Development

TPDesign and Development ถ่ายทอดแนวคิด Japandi ผ่านสมดุลระหว่างความสงบแบบญี่ปุ่นและความอบอุ่นแบบสแกนดิเนเวียน โดยใช้ muted green, light wood, soft beige และ natural stone tones พร้อมวัสดุอย่างผิวสาน terrazzo ลาย organic ไม้โทนอ่อน และ brushed metal เพื่อสร้างบรรยากาศที่ calm, warm และ timeless

อีกบอร์ดสะท้อนแนวคิด Modern Mid-Century ผ่านสมดุลระหว่าง warmth, tactility และ refined simplicity ใช้ไม้โทน walnut เป็นฐาน เสริมด้วย muted brick, dusty rose และ soft sage-grey รวมถึง terrazzo ลาย organic แผ่นผิวลอน และวัสดุผิวโปร่งเบา เพื่อสร้างพื้นที่ที่อบอุ่น สุขุม และ timeless แต่ยังคง character ของ mid-century design

37. TROP

“Nature Meets Refinement” คือแนวคิดเดียวกันที่ TROP ใช้กับ Mood Board ทั้งสองชิ้น ถ่ายทอดการจัดวางองค์ประกอบภายใต้บรรยากาศที่เชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติเข้ากับความเรียบเนี้ยบในแบบร่วมสมัย

38. Unknown Surface Studio

Refined Contrast คือแนวคิดของ Mood Board ชุดแรก ที่พูดถึงบทสนทนาระหว่างความนุ่มนวลและความแม่นยำ ผ่านพื้นผิวหินโทนอุ่นและสี earthy muted ที่สร้างฐานอันหนักแน่นและ tactile ขณะที่ metal hardware และ translucent glass เติมความชัดเจนแบบโมเดิร์น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความอบอุ่น minimalism และ quiet sophistication

ส่วน Layered Earth ถ่ายทอดความลึกผ่านการซ้อนชั้นของวัสดุ ลวดลายหิน organic และพื้นผิวที่มี texture สื่อถึงความงามแบบ geological layers โดยวางคู่กับ metal profiles และ clear acrylic เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างความไม่สมบูรณ์ของธรรมชาติกับความแม่นยำที่มนุษย์สร้างขึ้น

39. Volume Matrix Studio

Volume Matrix Studio ถ่ายทอดแนวคิดความสงบและความตั้งใจในการออกแบบ โดยใช้วัสดุจำนวนน้อยแต่มีความต่อเนื่องตลอดโครงการ วัสดุหลักอย่างปูนฉาบเรียบและคอนกรีตผิวด้านทำหน้าที่เป็นฉากหลังที่นิ่งและมั่นคง ขณะที่ไม้โทนอุ่นและวัสดุนุ่มถูกแทรกอย่างพอดีเพื่อสร้างความอบอุ่นและสเกลที่เป็นมิตรกับมนุษย์

อีกบอร์ดพูดถึงความงามของพื้นที่ที่ไม่ได้รับรู้ผ่านสายตาเท่านั้น แต่เกิดจากประสบการณ์ของการสัมผัส วัสดุแต่ละชนิดมีพื้นผิวและคุณลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกและการรับรู้ต่อพื้นที่ที่แตกต่างกัน วัสดุจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การใช้งานจริง

40. Walllasia

Walllasia นำเสนอแนวคิดที่ว่า แม้วัสดุแต่ละชนิดจะมีเอกลักษณ์และพื้นผิวที่แตกต่างกัน แต่เมื่อถูกเรียบเรียงด้วยความเคารพในความหลากหลาย ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

อีกบอร์ดใช้แนวคิด “สัจจะวัสดุ” เพื่อสะท้อนตัวตนของ Walllasia ผ่านความชื่นชมในความงามตามความเป็นจริง และการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยปล่อยให้วัสดุเผยตัวตนผ่านกาลเวลาอย่างแท้จริง

และเตรียมพบกันอีกครั้งกับ Palette of Materials Pavilion ในงานสถาปนิก’70 พร้อมโอกาสในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่จัดแสดงวัสดุรูปแบบใหม่ ที่เปิดให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและนักออกแบบได้เชื่อมต่อถ่ายทอดแนวคิด มุมมอง และการตีความวัสดุผ่านพื้นที่พิเศษแห่งนี้

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Palette of Materials Pavilion

จองพื้นที่จัดแสดงในงานสถาปนิก’70 ได้แล้ววันนี้ที่ https://architectexpo.com/space-reservation/

ป้ายกำกับ :
แชร์