28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’26

aluframe ปลุกชีวิตใหม่ของ “อลูมิเนียม” ผ่าน Thematic Pavilion ในงานสถาปนิก’69

ภายใต้ภาพจำของ “เฟรมประตูหน้าต่าง” วัสดุอลูมิเนียมอาจเคยถูกมองว่าเป็นเพียงองค์ประกอบพื้นฐาน ทำหน้าที่รองรับการใช้งานของอาคาร แต่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกพูดถึงในเชิงสถาปัตยกรรมอย่างจริงจัง

แต่สำหรับ aluframe แบรนด์ภายใต้บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการผลิตอลูมิเนียมโปรไฟล์มากว่า 50 ปี วัสดุเดียวกันนี้กลับยังมีศักยภาพอีกมากที่รอการตีความใหม่

คุณเกรียงไกร เกียรติพิศาลสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอลูเวิร์ค จำกัด เผยว่า การนำเสนอในงานสถาปนิกปีนี้ถูกปรับรูปแบบสู่พื้นที่ Thematic Pavilion เพื่อใช้สถาปัตยกรรมเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแบรนด์อย่างจริงจัง และเป็นโอกาสสำคัญในการ “ปลุก” บทบาทใหม่ของอลูมิเนียม จากวัสดุที่เคยถูกจำกัดหน้าที่ ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่สามารถเล่าเรื่องทางสถาปัตยกรรมได้อย่างเต็มตัว

จากความเชี่ยวชาญการผลิต สู่ระบบที่เข้าใจการอยู่อาศัยจริง

จุดแข็งของไทยอลูเวิร์ค คือความเชี่ยวชาญในการรีดอลูมิเนียมโปรไฟล์ที่สั่งสมมากว่า 5 ทศวรรษ นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2520 ในฐานะผู้ผลิตอลูมิเนียมเส้นหน้าตัดสำหรับงานอาคารและอุตสาหกรรม

ประสบการณ์ที่ยาวนานนี้ครอบคลุมตั้งแต่กรอบเฟรมกระจก ประตู หน้าต่าง ไปจนถึงชิ้นส่วนอลูมิเนียมเฉพาะทาง ทำให้แบรนด์สามารถพัฒนาทั้งระบบมาตรฐานและงานสั่งผลิต (Made-to-Order) เพื่อตอบโจทย์งานออกแบบที่หลากหลาย

แต่สำหรับ aluframe สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการผลิตได้ หากคือการ “ออกแบบระบบ” ที่เข้าใจการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

ด้วยความที่เป็นผู้ผลิตเองตั้งแต่ต้นน้ำ แบรนด์จึงสามารถควบคุมคุณภาพได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การรีดโปรไฟล์ ไปจนถึงการทำสีและ finishing ที่รองรับได้หลากหลายเฉดและรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาอลูมิเนียมลายไม้ที่ผสานความแข็งแรงของโลหะเข้ากับความรู้สึกของวัสดุธรรมชาติ

ทุกเฟรมจึงไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นจากมิติของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการมองเห็นปัญหาของผู้ใช้งาน ทั้งแรงลม ฝน เสียงรบกวน ไปจนถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอในบริบทของประเทศไทย

รวมถึงโจทย์ร่วมสมัยอย่าง PM 2.5 ที่ทำให้ “บ้าน” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่สามารถปกป้องและสร้างความสบายใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

แนวคิดนี้จึงถูกกลั่นออกมาเป็นคอนเซปต์ “5 ก.” ของ aluframe คือ กันฝุ่น กันเสียง กันแมลงและจิ้งจก กันน้ำ และกันการสั่นสะเทือน ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติของสินค้า แต่สะท้อนวิธีคิดของแบรนด์ที่มองวัสดุในฐานะ “ระบบที่ดูแลการอยู่อาศัย” อย่างครบถ้วนในทุกมิติ

Flexible มากพอจะออกแบบได้ Feasible มากพอจะสร้างจริง

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ aluframe คือการลด “ข้อจำกัด” ของงานออกแบบ ไม่ใช่แค่ในเชิงวัสดุ แต่รวมถึงระบบการผลิตที่ต้องรองรับความคิดของนักออกแบบได้จริง

ด้วยความที่เป็นโรงงานผู้ผลิตโดยตรง แบรนด์จึงสามารถพัฒนาโปรไฟล์ใหม่ ปรับขนาด ดัดโค้ง หรือออกแบบรายละเอียดเฉพาะสำหรับแต่ละโปรเจกต์ได้ ทำให้ไอเดียที่เกิดขึ้นในแบบ ไม่จำเป็นต้องถูกลดทอนเมื่อต้องนำไปสร้างจริง

แนวคิดนี้ถูกสรุปออกมาเป็นกรอบการทำงานที่เรียกว่า 3F Framework ซึ่งสะท้อนบทบาทของ aluframe ในฐานะผู้สนับสนุนงานออกแบบในทุกขั้นตอน

Flexible — เปิดอิสระให้กับการออกแบบ รองรับทั้งรูปทรง ระบบ และพื้นผิวที่หลากหลาย

Feasible — ทำให้สิ่งที่ออกแบบ “เกิดขึ้นได้จริง” ทั้งในเชิงโครงสร้าง รายละเอียด และการติดตั้งหน้างาน

Future Forward — มองไปข้างหน้าในระยะยาว ทั้งด้านความทนทาน การใช้งาน และความยั่งยืนของวัสดุ

ในมิติของ Future Forward นั้น aluframe ให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืนควบคู่ไปกับประสิทธิภาพของวัสดุ โดยเลือกใช้องค์ประกอบในการผลิตที่มีคุณภาพสูง ตั้งแต่กระบวนการเคลือบผิวไปจนถึงระบบสีที่สามารถทนต่อทุกสภาพอากาศได้ในระยะยาว

เมื่อรวมกันแล้ว 3F จึงไม่ใช่เพียงกรอบแนวคิด แต่เป็นวิธีการทำงานที่เชื่อม “ความคิด” เข้ากับ “ความเป็นจริง” พร้อมทั้งคำนึงถึงอายุการใช้งานและผลกระทบในระยะยาวไปพร้อมกัน

และทั้งหมดนี้นำไปสู่ “F ที่ 4” ของ aluframe นั่นคือ Fulfillment ความพึงพอใจสูงสุดของผู้ใช้งาน ที่ไม่ใช่แค่ในวันที่งานเสร็จสมบูรณ์ แต่คือความสบายใจในระยะยาวจากการเลือกใช้วัสดุและระบบที่เชื่อถือได้จริง

แนวคิดนี้เองที่ต่อยอดออกมาเป็นข้อความ “Designed by You. Delivered by Us.” ซึ่งสะท้อนบทบาทของ aluframe ในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่เป็นผู้ทำให้แนวคิดของนักออกแบบเกิดขึ้นได้จริงในทุกรายละเอียด

รายละเอียดที่ถูกพัฒนา จากคำถามของผู้ใช้งานจริง

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ aluframe ไม่ได้เริ่มต้นจากสมมติฐานในห้องออกแบบ แต่เริ่มจาก “คำถามหน้างาน” ที่แบรนด์ได้รับจากผู้ใช้งานจริงในทุกปีของการออกงานสถาปนิก

ไม่ว่าจะเป็นคำถามพื้นฐานอย่าง “มีแบบนี้ไหม” ไปจนถึงข้อจำกัดเฉพาะของแต่ละบ้านและแต่ละโครงการ ที่สะท้อน pain point ของการใช้งานจริง ทั้งเรื่องความปลอดภัย การดูแลรักษา ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างของการพัฒนาที่เกิดขึ้นจากคำถามเหล่านี้ เช่น มุ้งนิรภัยที่ผู้ใช้งานต้องการให้มีดีไซน์กลมกลืนไปกับเฟรม ไม่ดูเป็นองค์ประกอบที่ถูก “เติมเข้าไปทีหลัง” หรือมุ้งสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งต้องรองรับการใช้งานที่หนักกว่าปกติ รวมถึงการพัฒนามุ้งกัน PM 2.5 ที่ตอบโจทย์ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน และมุ้งกันแมลงหรือจิ้งจก ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยโดยตรง

รายละเอียดเหล่านี้จึงไม่ได้ถูกพัฒนาแยกส่วน แต่ถูกคิดรวมเข้ากับระบบเฟรมตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านฟังก์ชันและภาพลักษณ์ ในมุมนี้ aluframe จึงไม่ได้มองผลิตภัณฑ์เป็นเพียง “ชิ้นส่วน” ของอาคาร แต่เป็นโซลูชันที่ค่อย ๆ ถูกต่อยอดจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง และพัฒนาให้ตอบโจทย์ได้ลึกขึ้นในทุกครั้งที่นำเสนอ

เมื่อ เฟรมอลูมิเนียมกลายเป็นสถาปัตยกรรมเต็มรูปแบบ

หลังจากเข้าร่วมงานสถาปนิกในรูปแบบบูธมาต่อเนื่องกว่า 3 ปี ปีนี้คือครั้งแรกที่ aluframe ก้าวเข้าสู่ Thematic Pavilion อย่างเต็มตัว และแทนที่จะนำสินค้าไปจัดแสดง แบรนด์เลือก “ไม่โชว์สินค้า” ในแบบเดิม แต่ใช้ Thematic Pavilion เป็นพื้นที่ทดลองทางสถาปัตยกรรม ผ่านการทำงานร่วมกับคุณแสตมป์-ศิวนาถ ณัฐบวรภัล สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Unknown Surface Studio โดยเริ่มต้นจากการเข้าไปสำรวจวัสดุภายในโรงงานจริง

ในกระบวนการนี้ ดีไซเนอร์ได้คัดเลือกอลูมิเนียมโปรไฟล์บางส่วน โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เคยถูกใช้ในบทบาทเดิม หรือไม่ได้ถูกนำมาใช้ต่อแล้ว เพื่อนำมาตีความใหม่ในบริบททางสถาปัตยกรรม วัสดุเหล่านี้จึงถูกนำมาจัดวางใหม่ กลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีจังหวะของเส้นสาย เกิดเป็นพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถเดินผ่าน รับรู้แสง เงา และมิติของวัสดุได้อย่างใกล้ชิด พาวิลเลียนจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดง แต่กลายเป็นเหมือน “แลนด์มาร์ก” ภายในงาน ที่สะท้อนศักยภาพของอลูมิเนียมในมิติที่ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเฟรม

ขณะเดียวกัน กระบวนการทำงานร่วมกันยังเปิดมุมมองใหม่ให้กับแบรนด์เอง ว่าวัสดุที่คุ้นเคยสามารถถูกมองในมิติอื่นได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้าง ผิวอาคาร หรือแม้แต่ภาษาทางสถาปัตยกรรมที่สื่อสารกับผู้คน และทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การออกแบบ Thematic Pavilion แต่เป็นการ “คืนชีวิต” ให้กับวัสดุเดิม ผ่านมุมมองใหม่ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและนักออกแบบ

ร่วมเปิดมุมมองใหม่ของวัสดุที่คุ้นเคย

สำหรับ aluframe ความสำเร็จของ Thematic Pavilion ครั้งนี้ ไม่ได้วัดจากรูปทรงหรือความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว

แต่อยู่ที่การทำให้ผู้ชม “หยุดมอง” และตั้งคำถามกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่าโครงสร้างนี้คืออะไร และเหตุใดวัสดุที่คุ้นเคยจึงสามารถถูกตีความใหม่ได้ถึงขนาดนี้

และในจังหวะที่คำถามนั้นเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องอธิบาย นั่นคือช่วงเวลาที่วัสดุได้กลับมา “มีบทบาท” อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่ถูกมองข้าม แต่เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมที่มีความหมายและสร้างประสบการณ์ได้จริง

พบกับ aluframe ได้ที่บูธ TP08 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ป้ายกำกับ :
แชร์
#architect’25