27 เม.ย. - 2 พ.ค. 2570 - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’27

APT Showfreight ดูแลทุกการขนส่ง เข้าใจทุกงานแสดงสินค้า

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เอพีที โชว์เฟรท (ประเทศไทย) จำกัด ในปี พ.ศ. 2551 ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะมอบบริการจัดส่งสินค้าและโลจิสติกส์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้จัดงาน ผู้เข้าร่วมงาน และกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ความมุ่งมั่นนี้ผลักดันให้ APT Showfreight กลายเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการจัดส่งสินค้าสำหรับงานแสดงสินค้า

ในฐานะ Exhibition Forwarder นั้น APT Showfreight ต่างจาก General Freight Forwarder ทั่วไปตรงที่ดูแลโลจิสติกส์ของงานแสดงสินค้าครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสารจากต้นทาง การขนส่งระหว่างประเทศ การดำเนินพิธีการศุลกากร รวมถึงการจัดการอากรและภาษีที่เกี่ยวข้อง การจัดเก็บและนำส่งสินค้าถึงบูธ ตลอดจนการขนส่งสินค้ากลับเมื่อสิ้นสุดงาน

APT Showfreight มีสำนักงาน 7 สาขาในประเทศจีน รวมถึงสำนักงานในสิงคโปร์ ฮ่องกง และเวียดนาม สำหรับประเทศที่ไม่มีสำนักงาน เราทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร (Agents) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์สำหรับงานแสดงสินค้าเช่นเดียวกัน เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าและส่งมอบงานได้ตรงใจ ภายใต้คำมั่นที่ว่า “We Offer Solutions and We Deliver Promises!”

พร้อมให้คำปรึกษาทุกคำถาม

“จุดแข็งของ APT Showfreight คือประสบการณ์ของทีมงานครับ เรามีบุคลากรระดับบริหารและหัวหน้างานที่มีประสบการณ์ในธุรกิจ Exhibition Logistics มากกว่า 30 ปี ทำให้เราสามารถให้คำปรึกษา วางแผน และแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ” คุณหัสนัย กองแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอพีที โชว์เฟรท (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงจุดเด่นขององค์กรที่เติบโตคู่กับอุตสาหกรรมการแสดงสินค้าไทยมานาน ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมยาวนานนี้เองที่ทำให้ทีมงานมีความเข้าใจทั้งความต้องการของลูกค้า ตลอดจนกฎระเบียบและขั้นตอนด้านศุลกากรอย่างละเอียด ตั้งแต่การเตรียมเอกสารให้ถูกต้อง การนำเข้าสินค้า ไปจนถึงเงื่อนไขหรือใบอนุญาตที่จำเป็นสำหรับสินค้าประเภทต่าง ๆ

คุณหัสนัยยังเผยว่า มีผู้จัดงานจากต่างประเทศอีเมลเข้ามาสอบถามบ่อยครั้ง ก่อนตัดสินใจจัดงานในไทยว่า สินค้าประเภทใดนำเข้าได้ นำเข้าไม่ได้ หรือต้องขอใบอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างไร “เราก็ทำการบ้านและพยายามช่วยเขาให้มากที่สุด เพราะเราอยากให้เขามาจัดงานในเมืองไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ”

นอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ APT Showfreight ครองใจลูกค้าคือการพร้อมให้คำปรึกษา โดยคุณหัสนัยมองว่า หากทุกฝ่ายมีความเข้าใจเรื่องโลจิสติกส์มากขึ้น การทำงานก็จะมีประสิทธิภาพและราบรื่นมากขึ้นเช่นกัน

ต้นทุนที่ดี เริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี

สำหรับงานแสดงสินค้า “ต้นทุน” ไม่ได้แยกออกจาก “การวางแผน” เพราะรูปแบบการขนส่งแต่ละวิธีมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปการขนส่งทางเรือมีต้นทุนต่ำกว่า แต่ใช้เวลานานกว่า ขณะที่การขนส่งทางอากาศมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า ดังนั้น การเลือกวิธีขนส่งจึงต้องพิจารณาจากระยะเวลาที่มีและลักษณะของสินค้าเป็นสำคัญ

คุณหัสนัย กองแก้ว อธิบายว่า หากมีเวลาวางแผนล่วงหน้าอย่างเพียงพอ เช่น 1–2 เดือน ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและเส้นทางขนส่ง การขนส่งทางเรืออาจเป็นทางเลือกที่ช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี เพราะสามารถบริหารเวลาให้สินค้าเดินทางมาถึง ผ่านพิธีการศุลกากร และจัดส่งเข้าสู่งานได้ตามกำหนด ขณะเดียวกันการส่งของมาเร็วเกินไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะดีกว่าเสมอ เพราะหากงานยังไม่เริ่มก็อาจเกิดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเพิ่มเติม แต่หากมีเวลาเหลือเพียงไม่กี่วัน การขนส่งทางอากาศก็อาจเป็นทางเลือกที่จำเป็น แม้มีต้นทุนสูงกว่า แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสินค้าต้องไปถึงงานให้ทันเวลา ดังนั้น การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จึงเริ่มตั้งแต่การวางแผนเวลาให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น

Customs Clearance ไม่ใช่เรื่องปลายทาง แต่ต้องวางแผนตั้งแต่ต้น

นอกจากการเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสมแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการบริหารเวลาสำหรับงาน Exhibition คือการวางแผนด้าน Customs Clearance (พิธีการศุลกากร) ตั้งแต่ต้น คุณหัสนัยอธิบายว่า เพราะขั้นตอนศุลกากรในประเทศไทยมีรายละเอียดและหน่วยงานเกี่ยวข้องมากมาย สินค้าหลายชนิดต้องใช้ใบอนุญาตเฉพาะทาง หากผู้นำเข้าไม่ได้ทำการบ้านหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้า ต่อให้สินค้าเดินทางมาถึงไทยทันเวลา แต่หากต้องเสียเวลาขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ซึ่งบางประเภทอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ สินค้านั้นก็อาจติดค้างอยู่ที่ด่านจนหมดโอกาสได้เข้าจัดแสดงในงาน

นอกจากนี้ การวางแผนที่ดีจะต้องไม่ลืมการเผื่อ Buffer Time (เวลาสำรอง) ให้เหมาะสมกับประเภทสินค้า วิธีการขนส่ง และขั้นตอนพิธีการศุลกากร เพื่อรองรับความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดในการขนส่งหรือการตรวจสอบเอกสาร เพราะในธุรกิจงานแสดงสินค้า ความล่าช้าเพียงวันเดียวอาจหมายถึงความเสียหายทั้งหมด ดังนั้นการผสานเวลาการขนส่ง เวลาดำเนินพิธีการศุลกากร และเวลาสำรองเข้าด้วยกันอย่างรอบคอบ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งสินค้าเข้างานได้ทันเวลาโดยไม่มีคำว่า “สายเกินไป”

เมื่อของมาช้า แต่ความสำเร็จของลูกค้ารอไม่ได้

จากประสบการณ์การทำงานด้าน Exhibition Logistics ความท้าทายที่ APT Showfreight ต้องเผชิญคือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดและความไม่แน่นอนของการขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานแข่งกับวันที่จัดงาน คุณหัสนัย เล่าถึงเหตุการณ์ว่า ลูกค้ารายหนึ่งเลือกส่งสินค้าทางเรือ แต่เกิดความล่าช้าจากสภาพอากาศ ทำให้กำหนดการเรือมาถึงประเทศไทยเลื่อนออกไปจนหลังวันจบงาน ทางออกจึงต้องเปลี่ยนแผนอย่างรวดเร็ว โดยลูกค้าตัดสินใจส่งสินค้าชุดเดียวกันอีกล็อตทางอากาศ ซึ่งแม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ยังดีกว่าปล่อยให้บูธว่างเปล่า เพราะความเสียหายของงานแสดงสินค้าไม่ได้มีเพียงค่าสินค้า แต่ยังรวมถึงค่าพื้นที่ ค่าตั๋วเครื่องบิน แผนการตลาด การประชาสัมพันธ์ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ทั้งหมด

เมื่อสินค้าทางอากาศมาถึงในวันสุดท้ายของการ Setup ความกดดันจึงเพิ่มขึ้นอีกขั้น ทีมงาน APT Showfreight ต้องจัดทีมพิเศษเพื่อเร่งดำเนินการรับเอกสาร ทำพิธีการศุลกากร และนำสินค้าไปส่งให้ถึงงานภายในวันนั้น โดยให้ความสำคัญกับงานที่มีความเร่งด่วนเป็นพิเศษ “เรารู้ว่าลูกค้าอยากได้ของไปโชว์ ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด” คุณหัสนัยเล่าด้วยความภูมิใจว่า ท้ายที่สุดลูกค้าสามารถเปิดบูธได้ตามที่ตั้งใจ และส่งข้อความกลับมาขอบคุณ ความรู้สึกนี้จึงเป็นมากกว่าการทำงานให้เสร็จตามหน้าที่ แต่คือความสุขที่ได้เห็นลูกค้าประสบความสำเร็จและมีความสุขกับงานที่พวกเขาทุ่มเทเตรียมมา เพราะสำหรับ APT Showfreight แล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้งานของลูกค้าเดินหน้าได้ แม้ในวันที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ คือหนึ่งในความภูมิใจของการทำงาน

รู้จักสินค้า เข้าใจสถานที่ ส่งมอบได้อย่างแม่นยำ

ความสำเร็จของการขนส่งงาน Exhibition ไม่ได้จบลงเพียงแค่สินค้าเดินทางมาถึงที่หมาย แต่คือการดูแลให้สินค้าไปถึงอย่างปลอดภัยและทันเวลา ซึ่ง APT Showfreight ครอบคลุมบริการตั้งแต่ต้นทางต่างประเทศผ่านเครือข่าย Agent ไปจนถึงหน้างาน โดยหัวใจสำคัญเริ่มจากการ “เข้าใจธรรมชาติของสินค้า” เพราะสินค้าในงานนี้มีตั้งแต่เครื่องจักรหนักหลายสิบตัน ไปจนถึงสินค้าต้นแบบ (Prototype) ที่มีมูลค่าสูงและอาจไม่มีสินค้าสำรองสำหรับทดแทนในกรณีที่เกิดความเสียหาย ดังนั้น ทุกขั้นตอนการยกย้าย (Handling) จึงต้องใช้ความพิถีพิถันและประสบการณ์ เพื่อดูแลและป้องกันความเสียหายของสินค้า

นอกจากเข้าใจสินค้าแล้ว อีกครึ่งหนึ่งของความสำเร็จคือการ “เข้าใจสถานที่จัดงาน” ไม่ว่าจะเป็น BITEC, IMPACT หรือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแต่ละสถานที่มีข้อกำหนดแตกต่างกัน ทั้งเรื่องน้ำหนักบรรทุกพื้น ขนาดประตูขนสินค้า เวลาเข้าออก การใช้อุปกรณ์ยกขน และการประสานงานตารางเวลา Setup รวมถึงการจัดลำดับการนำสินค้าเข้าพื้นที่แต่ละโซน ตลอดจนการบริหารจัดการเครื่องมืออย่างโฟล์คลิฟท์ ทีมงานขนย้ายสินค้า และพนักงานหน้างานที่มีความเข้าใจผังพื้นที่จัดแสดง (Floor Plan) อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถนำสินค้าเข้าจัดวางตรงตำแหน่งบูธได้อย่างถูกต้อง ราบรื่น และปลอดภัย

ปรึกษาตั้งแต่ “เริ่มคิด”

งานแสดงสินค้ามีเดดไลน์ที่เลื่อนไม่ได้ และหลายขั้นตอนต้องชัดเจน คุณหัสนัยจึงฝากถึงผู้จัดแสดงทุกท่านว่า อย่ารอให้ถึงวันส่งของแล้วค่อยติดต่อ แต่ให้ปรึกษาตั้งแต่เริ่มคิดว่าจะเข้าร่วมงาน เพราะสำหรับ APT Showfreight เราไม่ได้มองหน้าที่ของเราเพียงแค่การขนส่งสินค้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เรามองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของลูกค้า เพราะทุกงานแสดงสินค้ามีเวลาและโอกาสที่จำกัด การวางแผนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และนี่คือเหตุผลที่เราพร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่วันที่ลูกค้าเริ่มวางแผนเข้าร่วมงาน

ป้ายกำกับ :
แชร์
#architect’27