28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’26

Dynasty Ceramic เปิดตัว “RCI Soft Touch” มิติใหม่ของพื้นผิวกระเบื้องไทย ในงานสถาปนิก’69

ในโลกของสถาปัตยกรรมและการออกแบบ วัสดุไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่ หากยังเป็นสื่อกลางที่ถ่ายทอดอารมณ์ ประสบการณ์ และบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ ได้อย่างลึกซึ้ง

กว่าสี่ทศวรรษในอุตสาหกรรมกระเบื้องเซรามิกของประเทศไทย บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) เติบโตจากผู้ผลิตที่ดูแลกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สู่ผู้พัฒนากระเบื้องพอร์ซเลนที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้เทียบเท่าระดับสากล พร้อมเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

ในงาน สถาปนิก’69 ปีนี้ Dynasty Ceramic เตรียมนำเสนอทิศทางใหม่ของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านแนวคิดที่ผสาน เทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ (Material Innovation) เข้ากับ ภาษาของงานออกแบบร่วมสมัย โดยมีหนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวพื้นผิวกระเบื้องรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ “RCI Soft Touch”

พื้นผิวที่ไม่ได้เพียงเปลี่ยนรูปลักษณ์ของกระเบื้อง แต่ยังเปลี่ยนประสบการณ์ของการสัมผัสพื้นที่

เสียงสะท้อนจากหน้างาน สู่การพัฒนาที่มีความหมาย

   คุณ มารุต แสงศาสตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค จำกัด (มหาชน) มองว่างานสถาปนิกไม่ใช่เพียงเวทีแสดงสินค้า แต่คือพื้นที่ของการแลกเปลี่ยนบทสนทนาระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้งานตัวจริง
   ตั้งแต่ สถาปนิก นักออกแบบ วิศวกร ผู้รับเหมา ไปจนถึงเจ้าของโครงการ บทสนทนาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ากระเบื้องในฐานะวัสดุสถาปัตยกรรม ถูกมองผ่านมุมมองที่แตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่ม 
   สำหรับ สถาปนิกและนักออกแบบ สิ่งที่สำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณสมบัติพื้นฐานของวัสดุอย่างค่าการดูดซึมน้ำต่ำหรือความแข็งแรงของพอร์ซเลนเท่านั้น หากยังรวมถึง Texture ลวดลาย และระบบของซีรีส์ ที่สามารถนำไปใช้ในการออกแบบพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและมีทิศทาง
   ขณะที่ ผู้รับเหมาและผู้ควบคุมงานก่อสร้าง จะพิจารณาลึกลงไปถึงคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นความโก่งแอ่น ความทนทาน ความสะดวกในการติดตั้ง รวมถึงความเหมาะสมของรูปแบบการปูสำหรับลวดลายแต่ละประเภท
   มุมมองที่แตกต่างเหล่านี้ทำให้ Dynasty Ceramic ตระหนักว่า การพัฒนากระเบื้องในยุคปัจจุบันไม่อาจมองเพียงมิติเดียว
   วัสดุที่ดีจึงต้องสามารถเชื่อมต่อ ศาสตร์ของวิศวกรรมวัสดุ เข้ากับ ภาษาของงานออกแบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานในทุกบทบาทสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างมั่นใจ

Soft Touch: เมื่อพื้นผิวกระเบื้องไทยก้าวสู่มิติใหม่ของวัสดุสถาปัตยกรรม


ในโลกของสถาปัตยกรรมร่วมสมัย วัสดุไม่ได้ทำหน้าที่เพียงกำหนดรูปแบบของพื้นที่ แต่ยังเป็นตัวกลางที่กำหนด ประสบการณ์ของการอยู่อาศัย ตั้งแต่การรับรู้ผ่านสายตา ไปจนถึงสัมผัสที่เกิดขึ้นในทุกย่างก้าว

ภายใต้บริบทนี้ Dynasty Ceramic ผู้ผลิตกระเบื้องพอร์ซเลนของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า สี่ทศวรรษ กำลังนำเสนอทิศทางใหม่ของวัสดุพื้นผิว ผ่านการเปิดตัว Soft Touch นวัตกรรมพื้นผิวกระเบื้องที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ของการสัมผัสพื้นที่โดยสิ้นเชิง

การเปิดตัวครั้งนี้จะปรากฏในงาน สถาปนิก’69 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญของวงการสถาปัตยกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อพื้นผิวกลายเป็นภาษาของพื้นที่

โดยทั่วไป กระเบื้องมักถูกจดจำว่าเป็นวัสดุที่แข็ง เรียบ และมีลักษณะการสะท้อนแสงที่ชัดเจน โดยเฉพาะกระเบื้องผิวขัดเงาที่มีค่าการสะท้อนแสงสูงถึงเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์
Soft Touch ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อท้าทายภาพจำนี้

พื้นผิวชนิดนี้ถูกออกแบบให้มี สัมผัสที่นุ่มนวลและละเอียดกว่าเดิมอย่างชัดเจน เมื่อสัมผัสด้วยมือหรือเดินผ่านพื้นผิว ความแตกต่างสามารถรับรู้ได้ทันที แม้จะเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนประเภทเดียวกันก็ตาม

ในเชิงการมองเห็น พื้นผิว Soft Touch ยังมีค่าการสะท้อนแสงต่ำกว่า 15% แสงที่ตกกระทบจึงไม่สะท้อนจ้า แต่กระจายตัวอย่างนุ่มนวล ทำให้บรรยากาศของพื้นที่ดูสงบ อบอุ่น และมีมิติทางสายตามากขึ้น

ผลลัพธ์คือพื้นผิวที่ทำงานทั้งในเชิง tactile experience และ visual comfort ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบสถาปัตยกรรมในยุคปัจจุบัน

Warm & Natural: เมื่อกระเบื้องถ่ายทอดภูมิทัศน์ของสถานที่

ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมพื้นผิว Dynasty Ceramic ยังนำเสนอแนวคิดการออกแบบใหม่ภายใต้ธีม Warm & Natural
แนวคิดนี้ไม่ได้มุ่งสร้างเพียงลวดลายใหม่ แต่เป็นการปรับวิธีคิดของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากการนำเสนอที่กระจายตัว ไปสู่การจัดกลุ่มเป็น ซีรีส์ที่มีเรื่องราวและบรรยากาศเฉพาะตัว
แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากแนวคิดของสถาปัตยกรรมยุโรป โดยเฉพาะอิตาลี ที่มักเชื่อมโยงงานออกแบบเข้ากับ “ภูมิประเทศ” หรือ “เมือง” ที่เป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจ

Dynasty Ceramic จึงนำวิธีคิดนี้มาถ่ายทอดผ่านบริบทของประเทศไทย

ตั้งแต่แสงอาทิตย์เหนือ แหลมพรหมเทพ ภูมิทัศน์หินปูนของ หาดไร่เลย์ ไปจนถึงบรรยากาศสงบของ บ้านรักไทย บนภูเขาทางภาคเหนือ

สถานที่เหล่านี้ไม่ได้ถูกจำลองอย่างตรงไปตรงมา แต่ถูกแปลความออกมาเป็น โทนสี ลวดลาย และ texture ของกระเบื้อง

ทำให้แต่ละซีรีส์กลายเป็นเหมือนการบันทึก อารมณ์ของภูมิทัศน์ ลงบนพื้นผิววัสดุ ตัวอย่างเช่น

Green & Wellness: วัสดุที่เริ่มต้นจากกระบวนการที่รับผิดชอบ

ในอีกด้านหนึ่ง แนวคิดด้าน Green & Wellness ถูกนำมาพิจารณาตั้งแต่กระบวนการผลิต

กระเบื้องพอร์ซเลนของ Dynasty Ceramic ถูกเผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,100–1,200 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยกำจัดสารระเหยที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ผลิตภัณฑ์ปราศจาก VOC ที่กระทบต่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร

วัตถุดิบมากกว่า 90% มาจากภายในประเทศ ลดระยะทางการขนส่งและการปล่อยคาร์บอน พร้อมสนับสนุนแนวคิดอาคารเขียวในหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น LEED, WELL และ Fitwel

ขณะเดียวกัน การพัฒนาพื้นผิว กันลื่น (Anti-Slip) ยังสะท้อนแนวคิดด้านสุขภาวะในมิติที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในสังคมที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบวัสดุจึงไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบทางกายภาพของพื้นที่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

AI ในฐานะเครื่องมือ ไม่ใช่ผู้แทนมนุษย์


  
 ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม Dynasty Ceramic เลือก กำหนดบทบาทของ AI อย่างชัดเจน
    AI ถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในหลายขั้นตอนของกระบวนการทำงาน ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การ จัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการสร้าง ภาพจำลองโครงการ (Mock-up Visualization) ที่ช่วยให้ผู้ออกแบบ และลูกค้าสามารถเห็นภาพงานได้รวดเร็วขึ้น
   อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการออกแบบลวดลายและการพัฒนาพื้นผิวของวัสดุ บริษัทยังคงให้ มนุษย์เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ  เพราะความละเอียดอ่อนของวัสดุจังหวะของพื้นผิวและอารมณ์ของการออกแบบ ยังคงต้องอาศัย ประสบการณ์และสัญชาตญาณของนักออกแบบ

มากกว่างานแสดงสินค้า


สำหรับ Dynasty Ceramic การเข้าร่วมงาน สถาปนิก’69 ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นโอกาสในการสื่อสารทิศทางของแบรนด์ในฐานะผู้ผลิตวัสดุสถาปัตยกรรมจากประเทศไทย

ตั้งแต่นวัตกรรมพื้นผิว Soft Touch ไปจนถึงซีรีส์ลวดลายภายใต้แนวคิด Warm & Natural

ทั้งหมดสะท้อนความพยายามในการยกระดับบทบาทของกระเบื้อง จากวัสดุก่อสร้างทั่วไป สู่ องค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์ทางสถาปัตยกรรม

ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์และพูดคุยกับทีมงานได้ที่ บูธ S204 ภายในงาน สถาปนิก’69 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ป้ายกำกับ :
แชร์