Palette of Materials
จุดไฮไลต์ ของงานสถาปนิก
ภายในงานสถาปนิก’69 ที่ผ่านมา
Palette of Materials Pavilion ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในฐานะพื้นที่ไฮไลต์ใหม่ที่ชวนให้ผู้ชมมอง “วัสดุ” ในมุมที่แตกต่างออกไป พื้นที่แห่งนี้ได้ทดลองเปลี่ยนประสบการณ์การเดินชมงานให้กลายเป็นการสำรวจวัสดุผ่าน Mood Board ที่รวบรวมความหลากหลายของสี พื้นผิว จังหวะ และการจับคู่วัสดุไว้ภายในบริบทเดียวกัน
ด้วย Mood Board จำนวน 80 ชิ้น จากกว่า 40
สตูดิโอ ที่สร้างขึ้นจากวัสดุจริงกว่า 800 ชิ้น
Palette of Materials Pavilion ได้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการตีความวัสดุ ผ่านมุมมอง วิธีคิด และภาษาการออกแบบของแต่ละสตูดิโอ พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นทั้ง Material Directory พื้นที่รวมแรงบันดาลใจ และอีกหนึ่งรูปแบบของการนำเสนอวัสดุที่เชื่อมโยงผู้ชม ดีไซเนอร์ และแบรนด์เข้าด้วยกัน
ย้อนชม Palette of Materials Pavilion
ปัจจุบันงานสถาปนิกได้เนรมิตพื้นที่แห่งการสร้างสรรค์อย่าง Thematic Pavilion มาแล้วทั้งหมด 25 พาวิลเลียน จาก 24 นักออกแบบ ที่สร้างการจดจำและประสบการณ์การมาชมงานที่แปลกใหม่ให้แก่ผู้ชมงาน ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
past highlights
.
Material: Interior film, SMART FLEX Panel
Designer: Supermachine Studio
การออกแบบเริ่มต้นจากจินตภาพของ ยานอวกาศ ที่ทำหน้าที่บรรทุกวัสดุธรรมชาติจากโลกใบนี้ออกเดินทางไปสู่ดาวดวงใหม่ และเชื่อมโยงโดยตรงกับแนวคิดของ Noah’s Ark—เรือซึ่งไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นโครงสร้างเชิงสัญลักษณ์ของการเก็บรักษาชีวิต ความหลากหลาย และความรู้ ท่ามกลางภาวะวิกฤตของโลกพาวิลเลียนนี้จึงถูกแปลความแนวคิดออกมาในรูปของ Mechanistic Organism Pavilion ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนสิ่งมีชีวิตเชิงกล เป็นสเปซที่มีโครงสร้างภายนอกถูกห่อหุ้มด้วยกลีบโลหะจำนวน 860 แผ่น ซึ่งถูกจัดวางให้มองเห็นทะลุได้ เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงระหว่างภายในและภายนอก ทำให้ผู้คนสามารถรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในพาวิลเลียนได้โดยไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด
Material: Gel Coat Resin
Designer: Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research
พาวิลเลียนที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารวิสัยทัศน์ของ Häfele ในเรื่องการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย และนวัตกรรม ผ่านสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานในพื้นที่เดียวกัน การออกแบบพาวิลเลียนนี้จึงมุ่งเน้นการแปลงระบบและโซลูชันของ Häfele ให้กลายเป็น “ภูมิประเทศ” ที่ผู้คนสามารถเดิน สำรวจ และเรียนรู้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สะท้อนบทบาทของพาวิลเลียนในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงแบรนด์ เทคโนโลยี และผู้ใช้งานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
Material: Roof, Translucent sheet, Smartboard, Façade, Landscape
Designer: SaTa Na Architect
พาวิลเลียนที่ถูกตีความจากโจทย์ “Beyond Materials, Into Life” ภายในพื้นที่ถูกออกแบบในลักษณะ “ถํ้า (Cave)” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถนั่ง นอน พิง และสัมผัสวัสดุได้ด้วยทุกส่วนของร่างกาย การรับรู้วัสดุจึงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงผ่านสายตาแต่ผ่านผิวสัมผัส นํ้าหนัก อุณหภูมิ และความรู้สึกของร่างกาย เมื่อวัสดุถูก สัมผัส เข้าใจ และประกอบ จนกลายเป็นพื้นที่สถาปัตยกรรมจึงก้าวข้ามการแสดงวัสดุและกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้งาน พักพิง และเกิดชีวิตขึ้นภายในนั้นอย่างแท้จริง
Material: Door, SPC Flooring
Designer: Context Studio
สถานที่สำหรับการรวบรวมสติ เส้นสายของอาคารถูกแปลมาจากค่าของลมหายใจที่สงบนิ่งและมีสติสัมปชัญญะ ค่าเข้าออกของลมหายใจได้ถูกแปลเป็นการบีบเข้าและเปิดออกของพื้นที่ภายในและส่งผลถึงรูปลักษณ์ วัสดุไม้สังเคราะห์ SPC จาก SMARTMATT ได้ถูกนำมาเรียงอย่างละเอียดอ่อนให้เกิดความโค้งมนรวมถึงจังหวะของช่องว่างระหว่างไม้แต่ละชิ้น จะช่วยดึงอารมณ์และความรู้สึกของทุกคนที่เดินเข้ามา วัสดุและโครงสร้างสามารถถอดและประกอบขึ้นมาใหม่ได้ทั้งหมด รวมถึงปรับเปลี่ยนรูปทรงให้เหมาะสมกับ function ของกิจกรรมต่าง ๆ
Material: Wood Plastic Composite
Designer: HAA Studio
การออกแบบเน้นไปที่รูปทรงที่พลิ้วไหวเหมือนเส้นสายของแสงออโรร่าบนท้องฟ้า สื่อถึงการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่งตลอด 10 ปี ของแบรนด์ Watsadu Niyom ด้วยการใช้โครงสร้างแบบ Organic Form ที่มีความยาวต่อเนื่องกันเปรียบเป็นเส้นเรื่อง (Timeline) ของ 10 ปีที่ผ่านมา พาวิลเลียนถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้ซึมซับความรู้สึกเสมือนยืนอยู่ท่ามกลางแสงออโรร่าที่พลิ้วไหวและไม่หยุดนิ่ง
วัสดุที่คุ้นเคยอย่างระแนงไม้เทียมถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นงานศิลปะเชิงพื้นที่ที่อ่อนโยน สร้างความแตกต่างจากภาพจำเดิม และเปิดมุมมองใหม่ให้กับศักยภาพของวัสดุในงานสถาปัตยกรรม
Material: Door, SPC Flooring
Designer: Studio Tofu
คาแรกเตอร์งานคราฟท์จากวัสดุไม้ดูเป็นมิตร ระนาบพื้นสู่ผนังรูปทรงโค้งงอเอียงองศาอย่างช้า ๆ มีกล่องใบใหญ่สอดอยู่ รูปทรงที่สื่อถึงความเป็นมิตร เชื่อมโยงกับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งจากการมองเห็น และสัมผัสจริง ความคิดทางด้านแบรนด์ที่มาจากชื่อ วู้ดสมิตร (Woodsmith) อีกแบรนด์ ของ วนชัยกรุ๊ป เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนมาสู่ชิ้นงานที่โตฟูได้ออกแบบโดยเน้นวัสดุไม้พื้น พัฒนารูปทรงจนกลายเป็น ที่นั่ง บันได พื้นที่สาธารณะ หรือกระทั่ง ฉากโรงละคร เหมือนศิลปะการจัดวางใน museum gallery plaza
Material: Melamine Faced Boards, High Moisture Resistant Board, High Pressure Laminate
Designer: ACa Architects
พาวิลเลียนที่ถ่ายทอดประสบการณ์ของการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เสมือนยืนอยู่ในสวนยางที่ต้นไม้เรียงตัวเป็นระเบียบแต่ก็ไร้ขอบเขต โดยผสมผสานความเป็น grid/order ของสถาปัตยกรรมเข้ากับความรู้สึกของป่าแบบ limitless ผ่านการใช้แกนที่มีระเบียบ ร่วมกับแผ่นผิวไม้ทึบและแผ่นกระจกที่สร้างความต่อเนื่องของพื้นที่บูธแม้พื้นที่จำกัด
Material: Aluminum
Designer: Unknown Surface Studio
พาวิลเลียนนี้ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างสามเหลี่ยมที่คลี่ออกคล้ายพัด (Fan-shaped) เกิดเป็นเลเยอร์ซ้อนทับกันหลายชั้น เสมือนชั้นวางวัสดุที่ถูกดึงออกจากแนวตั้งสู่พื้นที่เชิงสถาปัตยกรรม แต่ละเลเยอร์สร้างทั้งผนัง พื้นที่จัดแสดง และโซนพักผ่อน ผิวของพาวิลเลียนเกิดจากการนำหน้าตัดอลูมิเนียมมาเรียงต่อกันจนเกิดเป็น Pattern เชิงมิติ เปลี่ยนวัสดุอุตสาหกรรมให้กลายเป็นพื้นผิวที่มีชีวิต ราวกับบัวผนังร่วมสมัยที่สะท้อนความแม่นยำของงานวิศวกรรม
Material: Door, SPC Flooring
Designer: Studio Tofu
คาแรกเตอร์งานคราฟท์จากวัสดุไม้ดูเป็นมิตร ระนาบพื้นสู่ผนังรูปทรงโค้งงอเอียงองศาอย่างช้า ๆ มีกล่องใบใหญ่สอดอยู่ รูปทรงที่สื่อถึงความเป็นมิตร เชื่อมโยงกับผู้คนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งจากการมองเห็น และสัมผัสจริง ความคิดทางด้านแบรนด์ที่มาจากชื่อ วู้ดสมิตร (Woodsmith) อีกแบรนด์ ของ วนชัยกรุ๊ป เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนมาสู่ชิ้นงานที่โตฟูได้ออกแบบโดยเน้นวัสดุไม้พื้น พัฒนารูปทรงจนกลายเป็น ที่นั่ง บันได พื้นที่สาธารณะ หรือกระทั่ง ฉากโรงละคร เหมือนศิลปะการจัดวางใน museum gallery plaza
Material: Aluminum
Designer: Looklen Architects
ด้วยความตั้งใจที่ต้องการนำเสนอมุมมองใหม่ ๆ ของอลูมิเนียม จนออกมาเป็นผลงานที่สามารถเล่าเรื่องราวและมอบประสบการณ์ของการสัมผัสอลูมิเนียมที่แปลกใหม่ด้วยการใช้เส้นอลูมิเนียมแบบ “ผิวมิว (Mill Finish)” ที่เป็นผิวแท้ของอลูมิเนียมที่ไม่ผ่านการเคลือบหรือขัดแต่ง ซึ่งเห็นได้ยากในงานสถาปัตยกรรมทั่วไป อีกทั้งมีการติดตั้งวัสดุในรูปแบบระบบโครงสร้างโมดูลาร์ที่สามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นจึงนำไปพลิกแพลงและพัฒนาต่อในโครงการอื่น ๆ ได้ เพื่อสนับสนุนการลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลือง
Material: Wood-based Panels
Designer: FLAT12x
พาวิลเลียนที่นำไม้อัดมาเป็นวัสดุหลักในการออกแบบ โดยคำนึงถึงการแสดงผิวพรรณและความหนาที่เป็นปัจจัยสำคัญหลักในการเลือกใช้ไม้อัดได้อย่างถูกต้องในการก่อสร้างมาประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างเชิงสถาปัตยกรรมในรูปแบบของอุโมงค์ ที่สามารถจัดเป็นพื้นที่แสดงแผ่นไม้อัดได้ในปริมาณมากและยาวต่อเนื่อง เป็นผนังโค้งที่สามารถเพิ่มมิติมุมมองความหนาของไม้อัดได้ รวมถึงสามารถบอกเล่าประวัติความเป็นมาของ VANACHAI ได้อย่างละเอียด โดยมีปลายทางเป็นประติมากรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงตัวตนของแบรนด์
Material: Paint and Architectural Coating
Designer: pbm
แรงบันดาลใจของการออกแบบพาวิลเลียนนี้มาจาก “พัดสี (Fan Deck)” ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักออกแบบอันเรียบง่ายแต่กลับมีความซับซ้อนในตัวเอง โดยรูปทรงของพาวิลเลียนมีโครงสร้างที่ซ้อนทับกันของชั้นไม้และโครงเหล็กโค้งคล้ายพัดสีที่กำลังคลี่ออก ซึ่งเปรียบเสมือนกับพัดสีที่มีเฉดสีหลากหลายและแตกต่างกันมาประสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายนอกออกแบบให้มีสีขาวทั้งหมดเพื่อนำเสนอถึงความเรียบง่ายและให้ผู้เข้าชมได้ใช้จิตนาการอย่างโลดแล่นก่อนเข้าไปภายในพื้นที่เพื่อเปิดรับประสบการณ์หลากสีสันที่สะท้อนถึงช่วงเวลาอันหลากหลายของสีในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสีสันแห่งความสุขที่สดใส เฉดสีอันสงบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หรือมิติของแสงและเงาที่สร้างบรรยากาศแตกต่างกันไป
Material: Vinyl Rain Gutter
Designer: ativich
พื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่ทุกคนสามารถเข้าไปสัมผัสภายในมิตินั้นได้ทั้งตัว ซึ่งผู้เข้าชมสามารถสร้างประสบการณ์และมิติต่าง ๆ เสมือนการหมุนภาพในลำกล้องผ่านการปรับหมุนแผ่นสะท้อนภาพในพื้นที่ของ The Forest of Mirrors ที่จะได้เพลิดเพลินในมิติที่แตกต่างจากการใช้วัสดุที่มีความเงาเพื่อลวงตา ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกราวกับแผ่นหลังคาและระแนงไวนิลนั้นลอยตัวและมีน้ำหนักเบา ซึ่งสะท้อนถึงคุณสมบัติพิเศษของผลิตภัณฑ์จาก VG ได้อย่างน่าสนใจ
Material: Solid Teak, Wall Panels
Designer: POAR
พาวิลเลียนถูกออกแบบจากแนวคิด Piece by Piece เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของไม้ธรรมชาติผ่านโครงสร้างสองส่วนที่สะท้อนกระบวนการทำงานร่วมกัน โดยจะวางขนานกันและถ่ายแรงในเชิงโครงสร้าง ในส่วนแรกจะเป็นชั้นวางไม้จากสแตนเลสที่มีการเรียงไม้แต่ละชิ้นโดยเว้นช่องว่างเพื่อให้ไม้ไม่ช้ำจากความชื้นจากการวางซ้อนกันแบบเก่า และทำชั้นวางไม้แท่งเป็นแนวยาวจนกลายเป็นทางเดินชมไม้แต่ละชิ้นในระยะใกล้ตาเพื่อให้สามารถมองเห็นลายไม้แต่ละแผ่นได้ชัดเจนมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งของพาวิลเลียน คือ อาคารทรงจั่ว distort ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนศาลาโดยใช้ลวดลายและพื้นผิวของไม้เป็นตัวกลางที่สื่อสร้างอารมณ์และมิติในการรับชม ซึ่งโครงสร้างทั้งสองส่วนจะมีช่องทางเดินให้สามารถเดินชมพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและสร้างประสบการณ์การมองเห็นวัสดุแต่ละชนิดไปพร้อม ๆ กัน
Material: Aluminium Composite
Designer: Architects & Associates (A&A)
“My Time, My Space” แนวคิดของการออกแบบพาวิลเลียนที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่ต่อเนื่องโดยผสานเรื่องราวของ “เวลา” และ “พื้นที่” ที่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของวัสดุอลูมิเนียมที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยผ่านการใช้เหล็กเป็นแกนหลัก โดยมีเส้นของโครงสร้างเป็นรูปทรงโค้งที่ไหลลื่นเหมือนกับการเคลื่อนที่ของเวลา นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงกับความรู้สึกของ “พื้นที่ที่สะท้อนตัวตน” และ “คุณค่าในงานออกแบบ” โดยการแสดงความยืดหยุ่นและความสร้างสรรค์ของวัสดุปิดผิว (cladding) จากอลูมิเนียมที่นำมาเรียงกันกว่า 2,000 ชิ้น ผ่านเทคนิคการสร้างพื้นผิวที่มีการปรับมิติได้ตามแสงและเงา ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ให้กับผู้เช้าชมที่จะได้เห็นการใช้ cladding ในมุมมองใหม่ ๆ โดยให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากเดิม
Material: Aluminum
Designer: HAS design and research
แนวคิดในการออกแบบถ้ำอะลูมิเนียม S-ONE นั้น คือการนำวัสดุอุตสาหกรรมอย่างอะลูมิเนียมมาสร้างพื้นที่ที่สะท้อนลักษณะทางธรรมชาติในรูปแบบใหม่เพื่อกระตุ้นประสบการณ์ในการรับรู้ของผู้คนและการอยู่ร่วมกันระหว่างผลผลิตทางอุตสาหกรรมกับการแสวงหาพื้นที่ในธรรมชาติของผู้คนในปัจจุบัน ซึ่งการประกอบกันของอะลูมิเนียมในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ในรูปแบบ บูรณาการนวัตกรรมผ่านทางองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมเพื่อต่อยอดความเป็นไปได้ใหม่ของอะลูมิเนียมในอนาคตที่กำลังจะมาถึง
Material: Laminate and Engineered Surface
Designer: pbm
การจัดแสดงแผ่นลามิเนต 700 ชิ้น ที่มาพร้อมกับสีสันและลวดลายที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละแผ่น นำมาจัดเรียงแบบอิสระเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยเป็นการจำลองและนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุและธรรมชาติ เพื่อต่อยอดถึงความ CONNEX กับธรรมชาติ สู่ผู้เข้าชมงาน ด้วยเทคนิค และนวัตกรรมของการจัดแสดง
Material: Tools and home improvement online store
Designer: anonym studio
สเปซที่บ่งบอกถึงแบรนด์ของ SKI ผ่านการตีความในรูปแบบของ Warehouse – Storage ซึ่งถูกล้อมรอบด้วย Super storage เพื่อให้เกิดพื้นที่ว่างตรงกลาง ที่ไหลไปทั่วทั้งพื้นที่จัดแสดง การออกแบบพื้นที่โดยรวมเป็นลักษณะของผนังสูงคล้ายรูปลักษณ์ของโกดังผืนใหญ่ ที่ถูกแบ่งโซนจากสี ขนาด ความสูง หรือฟังก์ชั่นที่ต่างกัน โดยมีการเจาะเป็น Window Frame ในตำแหน่งที่ตั้งใจเพื่อให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์ที่จัดแสดงอยู่ภายในพื้นที่ด้านหลังห้อง ลักษณะการ Zoning ที่เกิดขึ้นจะเป็นการถูกเชื่อมโยงจากผนังโกดังที่วิ่งตรงแล้วค่อยๆ โค้งเข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ทำหน้าที่เสมือนเป็นพื้นที่เปลี่ยนผ่าน หรือเป็นการเดินทางของผู้ชมงาน ที่ถูกเชื้อเชิญเข้ามาภายใน Pavilion ได้มาทำความรู้จักกับแบรนด์ SKI ที่กำลังเข้าสู่ระบบออนไลน์อย่าง www.ski.co.th
Material: Pre-painted Steel and Pattern Painted Steel
Designer: ACa Architects
Thematic Pavilion นี้ได้นำหลักของการ RETHINK, REUSE, RE-FORM มาใช้ประกอบการออกแบบ โดยการ Rethink ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของโครงสร้างเหล็กโดยการนำโครงสร้างในธรรมชาติเข้ามาประยุกต์ เกิดเป็น Module ของแผ่นเหล็กที่สามารถนำมาประกอบให้เกิดพื้นที่ในการใช้งาน สามารถ Reuse ได้ เนื่องจากเหล็กเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ทนทาน มีความ Sustainable สามารถแปรรูป โดยการออกแบบเป็น Unit ถอดประกอบได้ยังส่งผลให้เกิดการ Re-form ให้เหมาะสมกับโครงการอื่นๆ ในอนาคตได้ ด้วยความสามารถในการปรับเปลี่ยนและใช้ใหม่ของ Unit นี้เองจึงเป็นการเติมเต็มศักยภาพของเหล็กดังเช่นสโลแกนของแบรนด์ Empower Steel ที่ว่า “EMPOWER YOUR IMAGINATION”
Material: Steel Pipe & Chain
Designer: Context Studio
ผลงานการออกแบบ Thematic Pavilion ที่โชว์ผ่านรูปลักษณ์สีฟ้าอมเขียวเมทัลลิกซึ่งเป็นสี CI จากแบรนด์ Thaikoon Steel Group & Thai Premium Pipe แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนหลักคือ ประติมากรรมท่อเหล็กเส้นตรงขนาดสูง 6 เมตร กว้าง 4 เมตร จำนวน 70 ท่อน นำมาเชื่อมเรียงต่อกันด้วย joint คอหมุน ปรับบิดท่อนเหล็กเส้นตรงทีละองศา เกิดเป็นทรงบิดเกลียว (Spiral Movement) ที่มีความอ่อนโยน พลิ้วไหว กับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทั้งโต๊ะและเก้าอี้ที่ออกแบบเฉพาะจากท่อเหล็กและเส้นโซ่ รายล้อมรอบตัวประติมากรรมเพื่อให้ทุกคนสามารถนั่งพักหรือนั่งทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ความพิเศษอีกสิ่งคือการตีโจทย์ด้านความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการเลือกวัสดุที่มีขนาดมาตรฐานมาใช้งานเพื่อไม่ให้เกิดการผลิตใหม่และสะดวกกับการขนย้าย ตัวงานสามารถถอดออกมาใช้ต่อหลังงานจบโดยที่ตัววัสดุก็ยังคงคุณภาพ 100% เช่นเดิม
Material: C-Line, Gypsum, Tile, iR-uPVC Rain Gutter, iR-uPVC Roof Sheet
Designer: Hypothesis
งานออกแบบ Thematic Pavilion ที่ท้าทายสายตาด้วยการใช้สี ‘ขาวโพลน’ ยกพาวิลเลียน แถมยังเอาวัสดุจากทั้ง 2 แบรนด์อย่าง TOA และ VG มาเล่นกับเอฟเฟ็กต์มากมายทั้งแสงสี ควัน และน้ำ เปลี่ยนภาพงานสถาปัตยกรรมให้มีไดนามิกในรูปแบบงานศิลปะ คอนเซ็ปต์ของการออกแบบผลงานชิ้นนี้คือถ่ายทอดความเป็นต้นน้ำ (Pinnacle) ที่เป็นจุดร่วมของแบรนด์ TOA และ VG นำมาสื่อสารผ่านสัญลักษณ์ของพีระมิดน้ำผุดเพื่อสื่อความเป็นต้นน้ำในตำแหน่งกลางบูธ ขยับจากพีระมิดตรงกลางออกมา จะแบ่งเป็น 4 node 4 เสาล้อมรอบ ติดตั้งด้วยวัสดุลักษณะเชิงเส้นที่มีสีขาว ซึ่งเลือกมาจากทั้ง 2 แบรนด์เพื่อให้ภาพรวมแม้วัสดุจะมาจากต่างแหล่งก็ยังคงความสมดุลและกลมกลืน โดยวัสดุมีฟังก์ชันการใช้งานที่ทนต่อเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ได้ดี ที่สำคัญยังใช้วิธีติดตั้งที่ปกป้องวัสดุ ทำให้เมื่อจบงานแล้วบูธนี้สามารถถอดกลับไปใช้งานต่อได้
Material: Teak Painted Steel
Designer: PAVA architects
Thematic Pavilion นี้ชี้ชวนให้ทุกคนมองไม้มุมใหม่ สื่อสารให้เห็นการใช้ไม้สักในแง่มุมของความยั่งยืน เพราะไม้สักไม่เพียงสามารถใช้งานได้นานและใช้ได้แทบทุกส่วนแล้ว ยังนับเป็นวัสดุเอกในวงการสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืนอีกด้วย เพราะการใช้งานวัสดุชนิดนี้จะผลิต carbon footprint น้อยกว่าวัสดุก่อสร้างทั่วไป ทันทีที่เดินเข้าไปในพาวิลเลียนผู้ชมจะถูกขนาบด้วยไม้สักที่มีความสูงตระหง่านในพื้นที่ปิด เสมือนอยู่ในป่าสักที่สงบ ตัดขาดความวุ่นวายภายนอก ซึ่งพาวิลเลียนนี้จะพาคุณย้อนกลับไปดู “ไม้สัก” จากต้นน้ำด้วย Route ที่นำคุณไปชมไม้สักทีละชั้น ตั้งแต่ไม้ที่ยังคงมีเปลือกไม้ จากนั้นค่อยๆ เผยส่วนของ แก่น กระพี้ ที่อยู่ลึกลงไป กระทั่งนำคุณไปสู่ปลายทางฝั่ง Exhibition ที่นำไม้สักมาผ่านกระบวนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่น่าสนใจ
Material: Laminate
Designer: Sher Maker
การสร้างพื้นที่ปิดล้อมเชิงประสบการณ์ โดยคำนึงถึงการนำวัสดุแต่ละโมเดลมาใช้อย่างเต็มศักยภาพและชี้ชวนให้มองวัสดุในแง่มุมทางการออกแบบที่หลากหลายและขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น อาทิ การใช้วัสดุ EDL APTICO จากกระบวนการตีลังขนส่ง มาสร้างโครงสร้างหลักของ Pavilion ที่ออกแบบให้ไม้โครงสามารถนำกลับไปใช้ในการขนส่งได้จริง และตัวแผ่นไม่ถูกเจาะ ยึดให้เกิดความเสียหายจากการจัดแสดง หรือการนำ PANAPLAST มาประกอบเป็นระนาบฝ้าเพดานที่ออกแบบแสงได้ ซึ่งพบว่าลามิเนตเป็น Raw Material ที่สร้างบรรยากาศทางสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจ
Material: Tile
Designer: ACa Architects
เปลี่ยนที่พักอาศัยธรรมดาเป็น “Conceptual Space ของ Living Unit” จำลองการอยู่อาศัยในห้องต่าง ๆ ผ่านกระเบื้องหลากรุ่นจาก WDC โดยแสดงลายกระเบื้องและผืนกระเบื้องอย่างชัดเจนเพื่อเปิดให้จินตนาการภาพของ Space ที่ใช้สอยจริงได้ ประกอบกับการวางเส้นทาง (Routing) ให้เดินผ่านห้องต่าง ๆ ตั้งแต่ที่ชั้นหนึ่งที่สามารถมองขึ้นไปชั้นสอง หรือเดินขึ้นบันไดซึ่งเป็นเสมือนไฮไลต์ของ Thematic Pavilion นี้ ไอเดียการออกแบบชวนให้ถึงนึกสถาปัตยกรรมจากซีรีส์ Squid Game
Material: iR-uPVC Rain Gutter, iR-uPVC Roof Sheet
Designer: PHTAA Living Design
ความคอนทราสน์ของแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการหยิบเอาวัสดุหลักของ VG อย่าง “รางน้ำฝนและหลังคา” ที่ทำจาก iR-uPVC แกร่งกว่าไวนิลทั่วไป สีไม่ซีด ใช้ยาว ๆ 15 ปี มา re-appropriate หรือ การสร้างความเหมาะสมใหม่ ๆ ของการใช้สิ่งต่างๆ ในงานออกแบบขึ้นมา ประกอบร่างเป็นพื้นที่ Thematic Pavilion ในรูปแบบของบ้านทรงไทยยกใต้ถุนที่มีกลิ่นอายของ Traditional แต่ใช้วัสดุใหม่ กลายเป็นส่วนผสมที่แปลกแต่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังแฝงให้ผู้ชมฉุกคิดถึงเรื่อง Waste และการจัดการเอาวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดขยะน้อยที่สุดในช่วงชีวิตของวัสดุ
Material: TOA Organic Care, Tile, Gypsum
Designer: ARiA Design Architects
Circle of Sustainable Life สมดุลระหว่างสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติเพื่อให้เกิดการพึ่งพา – อาศัยกันจริงบนพื้นที่จริง ซึ่งมีความสัมพันธ์กันโดยตรงกับทาง TOA ที่ต้องการสื่อถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน นวัตกรรม และการอยู่ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์ สร้างมุมมองใหม่ของงานออกแบบพื้นที่จัดแสดงที่สวยงาม ทันสมัย ผสาน Innovation ให้เกิด New Experience และ Perception ใหม่ ๆ โดยสร้าง Unique Form และการสร้าง Visual Impact ของรูปทรงที่มีผลต่อมุมมองรอบตัวในพื้นที่จัดแสดง







