
นานแค่ไหนที่เราเลิกตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว แต่ปล่อยตัวไหลตามวาทกรรมของสังคมและค่านิยมที่ผู้คนหยิบยื่นให้ ?
งานสถาปนิก’69 ปีนี้ มาพร้อมธีม ‘SATI WISDOM PROMPT – สติมา ปัญญา พร้อม(ท์)’ ชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์ ใช้สติ ‘ตั้งคำถาม’ กับโลกที่เป็น ชีวิตที่ใช้ และทำความเข้าใจ ‘นวัตกรรมวัสดุ’ ในวันที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ผ่าน Thematic Pavilion สไตล์ Futuristic ผลงานการคอลแลปของ Supermachine Studio สตูดิโอที่มีลายเซ็นการออกแบบชัดเจน เน้นการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม และ TODĀ แบรนด์วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ ที่หลงใหลในงานออกแบบค้นคว้า ทดลอง และพัฒนาวัสดุทดแทนสำหรับอนาคต

พาวิลเลียนที่มาพร้อมหน้าตาสุดล้ำและดูทรงพลัง คล้ายสนามกีฬา Allianz Arena หลังนี้มีที่มาและแนวคิดแบบไหน มาพูดคุยกับคุณแจ๊ค-ปิตุพงษ์ เชาวกุล สถาปนิกและผู้ก่อตั้งบริษัท Supermachine Studio ผู้อยู่เบื้องหลังผลงาน
Artificiality is the New Reality
สัจจะใหม่ จาก ปัญญามนุษย์
“เราตั้งใจสื่อสารวิสัยทัศน์ของแบรนด์ TODĀ ที่ค้นคว้าและพัฒนาวัสดุทดแทนสำหรับโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็นหนังเทียม วัสดุปูพื้น หรือ interior film ด้วยคำว่า Artificiality is the New Reality หรือ สิ่งที่กำลังจะเป็นความจริงของเราในอนาคต คือสิ่งที่ไม่ธรรมชาติ”
คุณแจ๊คเล่าถึงคอนเซ็ปต์ตั้งต้นการออกแบบที่ตั้งใจนำเสนอผ่านเลนส์ของยุคปัจจุบัน เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง ‘สิ่งที่ธรรมชาติสร้าง’ และ ‘สิ่งที่มนุษย์สร้าง’ กำลังพร่าเลือนลง เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สภาพแวดล้อม และยุคสมัย กำลังปรับนิยาม ‘วัสดุทดแทน’ ให้ต่างไปจากเดิม
‘สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (man-made)’ ในวันนี้ กลายเป็นความปกติใหม่ที่พบได้ทั่วไป เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวัน โดยไม่ถูกแปะฉลากการเป็น ‘สิ่งแทน’ เหมือนที่แล้วมา แต่เป็นวัสดุที่มีคาแรกเตอร์ คุณค่าและคุณสมบัติเฉพาะตัว ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ความงาม และลดผลกระทบการใช้ทรัพยากรระยะยาว

ผลิตภัณฑ์หนังเทียม TODĀ ที่ตอบโจทย์งานออกแบบ
เรียกง่ายๆ ว่า วันนี้คุณอาจตั้งใจเลือกใช้หนังเทียมแทนหนังแท้ ไม่ใช่เพราะเป็นวัสดุทดแทน แต่เพราะตอบโจทย์ทั้งด้านจริยธรรม การใช้งาน และการดูแลรักษาได้ดีกว่า
TODA ARK
The Curator of Artificial
จากแนวคิดนามธรรมสู่งานดีไซน์ Supermachine Studio นำปรัชญาและการทำงานของ TODĀ มาหลอมรวมกับความหลงใหลด้าน sci-fi ถ่ายทอดให้กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่จับต้องได้ภายใต้ชื่อ ‘TODĀ ARK’ หรือ ‘ยานภาชนะ’

Toda ARK เป็นพาวิลเลียนจำลองภาพยานอวกาศของ TODA ในรูปแบบสิ่งมีชีวิตเชิงกล (mechanistic organism pavilion) ภายนอกห่อหุ้มด้วยกลีบผิวเสมือนโลหะ แต่เมื่อเดินเข้าสู่ภายในกลับคอนทราสต์ด้วยผิวเสมือนไม้ธรรมชาติ คล้ายอยู่ในเรือไม้ขนาดยักษ์ ตัวยานบรรทุกนวัตกรรมวัสดุที่ผ่านการคัดสรร นำมาเล่าเรื่องราวใหม่ในมิติมุมมองการวิวัฒน์ จาก 4 วัสดุธรรมชาติที่มนุษย์ใช้ในวงการก่อสร้างมายาวนาน ได้แก่ หนังสัตว์ ไม้ หิน และดิน ในรูปแบบศิลปะจัดวาง
“เราตั้งชื่อว่า Toda ARK เรียกว่าเป็น ‘ยานภาชนะ’ โดยไอเดียเราเกิดจากการรวมกันระหว่าง 2 คำ คือ ยานพาหนะ กับ ภาชนะ เพราะทำหน้าที่บรรทุกสิ่งของ ลักษณะของพาวิลเลียนคล้ายชามขนาดใหญ่ ที่ด้านนอกเป็นเมทัลลิก ด้านในเป็นไม้”
| เบื้องหลัง ‘ยานภาชนะ’ คือ แรงบันดาลใจเชื่อมโยงปรัชญา ‘ล้ำ-ลึก’ จาก TODĀ • ‘ล้ำ’ – แนวทางการพัฒนานวัตกรรมวัสดุเพื่ออนาคตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ของ TODĀ สะท้อนผ่านมุม Sci-fi กลายเป็นจินตภาพ ‘ยานอวกาศ’ ที่เตรียมเดินทางจากโลกสู่ดาวดวงใหม่ • ‘ลึก (ซึ้ง)’ – เชื่อมโยงแนวคิด ปรัชญาแบรนด์ด้านความยั่งยืน เข้ากับ Noah’s Ark เรือในตำนานน้ำท่วมโลกจากมหากาพย์กิลกาเมช เพื่อสะท้อนความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ ‘เรือ’ สื่อถึง ‘ทางรอด’ และ ‘ความหวัง’ เพราะมีบทบาทในการเก็บรักษา ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และความรู้ เมื่อเผชิญภาวะวิกฤตของโลก |


กลีบโลหะจาก reflective glossy film ติดตั้งแบบเอากลับไปใช้ใหม่ได้บนโครงpavilion (ภาพซ้าย)
และตัวอย่าง wooden film ลายไม้หลากคาแรกเตอร์ จาก TODĀ (ภาพขวา)
ด้านการก่อสร้าง พาวิลเลียนถูกออกแบบเป็นโครงตะแกรงขนาดใหญ่โอบล้อมพื้นที่ เปิดทางเข้า 3 ด้าน จากนั้นนำ module ลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ จำนวน 860 กลีบ ปิดผิวด้วยวัสดุ interior film ของ TODĀ ได้แก่ reflective glossy film และ wooden film นำมาติดตั้งแบบ dry process สอดเข้ากับโครงสร้างหลักง่ายๆ คล้ายๆ กับที่เสียบโปสต์การ์ดที่เราคุ้นเคย ส่วนการจัดวางโมดูล เว้นจังหวะ ช่องว่าง ให้เห็นพื้นที่ภายในแบบ See through เพื่อเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก
Sustainability Misleading
‘รักษ์’ บังตา
อะไรคือแก่นแท้ของความยั่งยืน? ประเด็นคำถามที่แฝงไว้ใน TODĀ ARK คือการชวนคุณหวนกลับมาทบทวน และตั้งคำถามต่อความยั่งยืน โดยไม่ตัดสินอย่างฉาบฉวยเพียงมิติเดียว แต่มองให้ลึกถึง “วงจรชีวิต” ของวัสดุและการใช้งานที่สัมพันธ์กับบริบทและพฤติกรรมของผู้คนในสังคม
“เรื่อง sustainability อะไร sustain ไม่ sustain บางทีพูดไปจนคำมันเฝือ ทุกคนพูดเรื่องรักษ์โลกหมด อย่างไม่มีสติ ถ้ายกตัวอย่างเรื่องถุงผ้าจะชัดเจนที่สุด เพราะว่าการเอาคำว่ารักษ์โลก หยิบมาใส่ถุงผ้า แล้วพูดว่าเป็นถุงรักษ์โลกเลย มันสร้างความเข้าใจผิดมากๆ
ตอนที่เราเริ่มโปรเจกต์นี้ หนึ่งในหัวข้อที่ Supermachine และ TODĀ มองตรงกัน คือแนวคิด ‘ถุงผ้าไม่รักษ์โลก’ เรามองว่าการแจกถุงผ้าในสังคมไทย ไม่ใช่กิจกรรมรักษ์โลก แต่เป็นการสร้างขยะ เพราะเวลาไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต เราแทบไม่เห็นใครพกถุงผ้าเหล่านั้นมาใช้เลย มันไม่ใช่นิสัยของคนไทย ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มองว่าถุงพลาสติกเป็นมลภาวะ ถ้านำมาใช้ใหม่อย่างมีสติ ก็จะช่วยลดขยะ หัวใจสำคัญของการรักษ์โลกจึงไม่ใช่แค่ ‘วัสดุ’ แต่เป็น ‘การใช้งาน’

“ด้วยวิธีคิดนี้ Toda Ark จึงไม่ได้เป็นพาวิลเลียนสำหรับขายวัสดุ แต่ตั้งใจส่งมอบข้อความสำคัญที่ลึกซึ้งจากปรัชญาของแบรนด์ ไฮไลต์ของมันจึงอาจไม่ใช่สิ่งที่เข้าใจได้ในทันที
เราตั้งใจออกแบบพื้นที่ที่ชวนให้ผู้คนหยุดคิด ตั้งคำถามไปด้วยกันว่า แท้จริงแล้วเราจะอยู่ร่วมกับโลกในอนาคตอย่างไร”
Intellectual Humility
รู้ ‘ปัญญาใหม่’ แบบ ถ่อม-ไม่ถอย
“ในฐานะสถาปนิกมีมุมมองการใช้ AI ยังไง?”
“คิดว่ามนุษย์จะถูกแทนที่ด้วย AI ได้ไหม?”
2 คำถามที่เรามักถามสถาปนิกทุกคนที่พบเจอ แต่ละคนต่างให้แนวคิดและเทคนิคที่ต่างกันออกไป ทว่าการคุยกับ Supermachine Studio ค่อนข้างจะออกรสชาติและไปไกลเกินกว่าที่เราจินตนาการไว้ เพราะคำตอบที่ได้เปิดลึกไปถึง ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านอื่นๆ ฟังแล้วอาจรู้สึกแสบๆ คันๆ ในใจ เพราะอุปสรรคใหญ่ของการปรับตัวและเรียนรู้ คือ กับดักจากความเชื่อว่าเรา ‘ฉลาด’ แล้ว

“ประเทศเราชอบใช้คำว่า เราเป็นคนมีความสามารถแต่ไม่ได้รับโอกาส ผมโตมาในประเทศนี้แต่ไม่ค่อยเห็นด้วย ถ้าเราเปลี่ยนมาพูดกันว่าประเทศไทยคนโง่ๆอยู่เยอะ รวมถึงผมด้วยนะ ผมว่ามันอาจจะมีประโยชน์กว่า เพราะเราจะอยู่บน mindsetใหม่ที่พยายามช่วยกันแข่งกันคิดว่าทำยังไงเราถึงจะฉลาดกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI ช่วย ใช้เทคโนโลยีช่วย หรือใช้การศึกษาที่เข้มข้นขึ้นช่วย ทั้งเราและสังคมถึงจะฉลาดขึ้นพร้อมๆกัน
เรายังไม่สามารถยอมรับความไม่เก่งของเราได้ในหลายๆ ส่วนของสังคมเลย วงการสถาปนิกก็ไม่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ หนึ่งเรื่องที่เป็นปัญหาค่อนข้างเห็นได้ชัดแต่ไม่มีคนพูดถึง คือเรามีเครื่องจ่ายตั๋วจอดรถอัตโนมัติ แต่เราต้องจ้างคนไปยืนคุมเครื่อง เพราะถ้าไม่จ้างรถจะติด ตอนผมเรียนจบไปทำงานประเทศสิงคโปร์ เครื่องจ่ายตั๋วอัตโนมัติมีใช้ตั้งแต่ปี 97 แล้วโดยไม่ต้องใช้คน เราต้องยอมรับสิ่งเหล่านี้ก่อน ดูว่าคนอื่นๆ แก้ด้วยวิธีไหน เช่น คนจีนเดี๋ยวนี้ไม่ใช้ไม้กั้น แต่ใช้กล้องจับภาพป้ายทะเบียน พอขับผ่านก็โดนตัดเงินเรียบร้อย ทำไมคนไทยไม่สามารถใช้เครื่องจ่ายบัตรทั้งจอดรถหรือบัตรคิวแท็กซี่อัตโนมัติได้ น่าทำการวิจัยเนอะ สังคมที่พัฒนากว่านี้อาจมองว่าจะปรับเทคโนโลยีนี้แล้วพัฒนา AI มาแทนตู้แจกตั๋ว แต่เราใช้วิธีจ้างคนมายืนข้างตู้อีกที เราควรมองเรื่องนี้ยังไง”
WELCOME to TODA ARK
เมื่อวัสดุธรรมชาติอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของโลกยุคใหม่ บางทีคำตอบของโลกวันพรุ่งนี้ อาจเริ่มต้นจากการก้าวเข้าไปสำรวจและตั้งคำถามภายในยานลำนี้ด้วยตัวคุณเอง
“อยากให้ทั้งสถาปนิกและพ่อแม่พี่น้อง(คุยตอนช่วงเลือกตั้ง ภาษาก็จะเป็นแบบนี้) ลองเข้ามาชมจินตนาการของยานภาชนะ ที่จะพาเราเดินทางจากปัจจุบันไปสู่อนาคต ภายในยานลำนี้จะมีสิ่งที่กระตุ้นความสงสัยและชวนตั้งคำถามต่อว่า วัสดุธรรมชาติอย่าง หิน ดิน ไม้ หนังสัตว์ หากมุ่งหน้าต่อไปในวันพรุ่งนี้ หรืออนาคต สิ่งที่มาจะมาทดแทนหรือพยายามจะมาอยู่เคียงข้างจะเป็นอะไร”
28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 นี้ เดินทางมาขึ้นยานภาชนะ ขับเคลื่อนความคิดไปพร้อมกัน ในงานสถาปนิก’69 : สติมา ปัญญา พร้อม(ท์) ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี!