
กว่า 41 ปีที่ TODA เติบโตจากธุรกิจวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และหากย้อนกลับไปถึงรากฐานเดิมจะยาวนานกว่า 60-70 ปี บริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด คือผู้ดำเนินธุรกิจด้านวัสดุและอุปกรณ์สำหรับการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ทั้งกลุ่มหนังเทียมและวัสดุที่ใช้ในสายการผลิตระดับอุตสาหกรรมในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย
ลูกค้าหลักในอดีตคือโรงงานเฟอร์นิเจอร์ระดับอุตสาหกรรม แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางตัวเองเข้าสู่ตลาดวัสดุตกแต่งภายในอย่างจริงจัง ภายใต้แบรนด์ TODA การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสินค้าใหม่ หากแต่เป็นการตั้งคำถามใหม่กับบทบาทของ “วัสดุเสมือน” ในโลกยุคปัจจุบัน
และในปีนี้ TODA เลือกนำแนวคิดดังกล่าวออกมาสื่อสารผ่านพื้นที่จัดแสดงรูปแบบ Thematic Pavilion ในงานสถาปนิก’69 เพราะแบรนด์มองว่าถึงเวลาที่จะสะท้อนตัวตนและทิศทางของวัสดุเสมือนอย่างชัดเจน ว่าวัสดุที่มนุษย์พัฒนาขึ้นนั้น ควรทำหน้าที่มากกว่าการทดแทน แต่ต้องตอบโจทย์การใช้งาน แก้ข้อจำกัดเดิม และอยู่ร่วมกับโลกได้อย่างยั่งยืน
นิยามวัสดุเสมือนในมุมของ TODA
หลังจากตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ตลาดวัสดุตกแต่งภายในอย่างจริงจัง สิ่งที่ TODA ให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มไลน์สินค้า หากแต่เป็นการทบทวนบทบาทของ “วัสดุเสมือน” อย่างจริงจัง ว่าแท้จริงแล้วมันควรทำหน้าที่อย่างไรในบริบทของการอยู่อาศัยและงานออกแบบร่วมสมัย

คุณเจ ธนัญชัย จุนแสงจันทร์ CEO บริษัท โตด้า พีวีซี เลเธอร์ จำกัด อธิบายว่า ในอดีตวัสดุเสมือนมักถูกมองในฐานะวัสดุที่ทำหน้าที่ทดแทน แต่สำหรับ TODA การทดแทนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากจะพัฒนาวัสดุขึ้นมาแล้ว วัสดุนั้นต้อง “ดีกว่าเดิม” ต้องแก้ pain point ที่วัสดุแบบเดิมทำไม่ได้ และต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงอย่างเป็นรูปธรรม
พันธกิจของแบรนด์จึงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นว่า วัสดุเสมือนควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยยกระดับงานดีไซน์ ติดตั้งง่าย ลดขั้นตอนหน้างาน ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน และเดินไปพร้อมกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน
วัสดุที่ถูกคัดเลือกสู่ TODA Pavilion: แนวคิดที่ถูกแปลงเป็นพื้นที่จริง
ใน Thematic Pavilion ปีนี้ TODA ไม่ได้นำสินค้าทั้งหมดมาจัดแสดงแบบกระจาย แต่คัดเลือกเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือวัสดุเสมือนที่ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งในมิติของความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืน
คุณธนัญชัย เจอธิบายว่า สินค้าที่ถูกเลือกมาอยู่ใน Pavilion ล้วนเป็นกลุ่มที่พัฒนาใหม่ และแสดงให้เห็นชัดว่า “วัสดุเสมือน” สามารถแก้ข้อจำกัดของวัสดุแบบเดิมได้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการติดตั้งที่ง่าย ลดขั้นตอนหน้างาน และประเด็นด้านความปลอดภัย เช่น การไม่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคีย์หลักของแบรนด์
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอจึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ได้แก่ วัสดุปิดผิว และวัสดุปูพื้น
ในกลุ่มวัสดุปิดผิว Interior Film คือ Hero Product ที่ TODA ตั้งใจพัฒนาให้เป็นวัสดุปิดผิวในยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติความยาวต่อเนื่อง ลดรอยต่อ ติดตั้งง่าย ไม่ต้องตัดไม้ ไม่มีเสียง ไม่มีฝุ่น ไม่มีกลิ่น และช่วยลดขั้นตอนการทำงานหน้างานอย่างชัดเจน จนถูกนิยามว่าเป็น “King of Renovate” เพราะเหมาะอย่างยิ่งกับงาน Renovation และสามารถประยุกต์ใช้ได้กับผนัง ฝ้า และพื้นผิวตกแต่งหลากหลายประเภท
ขณะเดียวกันก็มี Smart Flex Panel, Smart Marble ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยเป็นแผ่นลามิเนตสำเร็จรูปที่สามารถติดตั้งกับผนังปูนได้ทันที ลดขั้นตอนงานช่าง และ Acrylic Stone เป็นวัสดุท็อปหินสังเคราะห์ที่ให้ผิวสัมผัสเสมือนจริง ไร้รอยต่อ ควบคุมคุณภาพได้ และลดข้อจำกัดของหินธรรมชาติ
ในกลุ่มวัสดุปูพื้น Hybrid Timber Flooring ผสานผิวหน้าไม้แท้เข้ากับโครงสร้างไฟเบอร์ซีเมนต์ Micro Limestone Composite เพื่อให้ความรู้สึกธรรมชาติพร้อมเพิ่มความทนทาน ขณะที่ Zero Gravity Flooring เป็นเทคโนโลยีพื้นรุ่นใหม่ที่สามารถซับเสียง นุ่มเท้า และให้ Comfort มากกว่าพื้นทั่วไป เหมาะกับพื้นที่พักอาศัยยุคใหม่
สำหรับ TODA สินค้าเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาแสดงเพื่อบอกว่ามีอะไรขาย แต่เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่า วัสดุเสมือนในยุคนี้สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการทดแทน หากแต่เป็นการพัฒนาที่ตั้งใจแก้ Pain Point เดิม และยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง

Toda Pavilion: พื้นที่เล่า “ตัวตน” ของแบรนด์
หลังจากเข้าร่วมงานสถาปนิกเป็นปีแรกในงานสถาปนิก’68 และได้รับการตอบรับที่ดีในฐานะแบรนด์วัสดุตกแต่งภายในน้องใหม่ ปีนี้ TODA ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ Thematic Pavilion ด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนว่า “ถึงเวลาแล้ว”
คุณธนัญชัยเจอธิบายว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การมีสินค้าเพิ่มขึ้นหรือพัฒนาใหม่มากขึ้น แต่คือความพร้อมในการสื่อสารภาพรวมของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม หากเพียงจัดแสดงสินค้าให้หลากหลายมากที่สุด อาจทำให้ผู้ชมเห็นเพียงความแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่เข้าใจแก่นความคิดที่เชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
Thematic Pavilion จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะเปิดโอกาสให้ TODA จัดวาง “เรื่องราว” ก่อนสินค้า ให้ผู้ชมเข้าใจ Identity ของแบรนด์เป็นหลัก แล้วจึงค่อยทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มในบริบทเดียวกัน
สำหรับ TODA การก้าวเข้าสู่ Thematic Pavilion ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปแบบหรือขนาดบูธ แต่คือการเปลี่ยนวิธีสื่อสาร จากการนำเสนอสินค้าแบบแยกส่วน ไปสู่การเล่าทิศทางของแบรนด์อย่างเป็นระบบ ว่าวัสดุเสมือนที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องนั้น มีวิธีคิด มีจุดยืน และมีเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างไร
ในปีนี้ ผู้ชมจึงไม่ได้เพียงเห็นวัสดุของ TODA แต่จะได้เข้าใจว่าทำไมแบรนด์จึงเลือกเดินในเส้นทางของวัสดุเสมือน และเหตุใดจึงเชื่อว่าวัสดุที่มนุษย์พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์โลกปัจจุบันได้ในมิติที่กว้างกว่าการเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในตลาด
การทำงานร่วมกับ Supermachine Studio: เมื่อดีไซน์ช่วยสะท้อนตัวตนแบรนด์
TODA Pavilion หรือ TODA ARK ปีนี้ได้รับการออกแบบโดย Supermachine Studio ซึ่งในมุมของ TODA การร่วมงานครั้งนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากโจทย์ที่เข้มงวดหรือข้อกำหนดตายตัว คุณธนัญชัยเจเล่าว่า แบรนด์เลือกเปิดพื้นที่ให้ทีมออกแบบอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อมั่นและเชื่อใจในกระบวนการทำงานของคุณแจ็ค Supermachine สิ่งที่ TODA ทำมีเพียงอย่างเดียว คือเล่า “ตัวตน” ของแบรนด์ให้ฟังอย่างตรงไปตรงมา
จากการพูดคุยกับคุณแจ็ค การสนทนาไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องรูปทรงหรือโครงสร้าง แต่พาแบรนด์ย้อนกลับไปมองรากของตัวเองอีกครั้ง ว่าวัสดุที่ TODA ทำมาตลอดหลายทศวรรษ ตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์จนถึงปัจจุบัน ล้วนอยู่ในหมวดของวัสดุเสมือนที่ทำหน้าที่ทดแทนวัสดุแบบเดิม
กระบวนการพูดคุยนี้ทำให้แบรนด์ “รีเฟล็กซ์” ตัวเองชัดขึ้นว่า สิ่งที่ทำมาโดยตลอดไม่ใช่เพียงการผลิตวัสดุ แต่คือการพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ข้อจำกัดของวัสดุเดิม และพยายามทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิมเสมอ
ภาพของห้องแล็บในหนังไซไฟที่กำลังคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ขณะเดียวกันก็มองทะลุออกไปเห็นโลกธรรมชาติ กลายเป็นภาพแทนความคิดของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ว่าวัสดุที่ถูกพัฒนาใน “ห้องแล็บ” ของมนุษย์นั้น ต้องไม่ไปรบกวนธรรมชาติจริง และควรเป็นทางเลือกที่รับผิดชอบมากกว่าเดิม
ในจุดนี้เอง คำว่า “Artificiality” จึงไม่ได้เป็นเพียงคำที่สวยงาม แต่กลายเป็นแนวคิดที่แบรนด์มองเห็นอย่างชัดเจน ว่าวัสดุเสมือนสามารถเป็นพัฒนาการขั้นถัดไปของวัสดุ หากมันถูกออกแบบและพัฒนาอย่างตั้งใจ
ประสบการณ์ที่รอให้มาสัมผัสใน TODA ARK

สิ่งที่ TODA อยากให้เกิดขึ้น คือเมื่อก้าวเข้าสู่ TODA ARK ผู้ชมจะได้สัมผัสวัสดุเสมือนผ่านประสบการณ์จริง มากกว่าการมองเห็นเพียงอย่างเดียว
คุณธนัญชัยเจสปอยล์ว่า ภายใน Pavilion ถูกออกแบบให้เปิดรับครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งเสียง กลิ่น บรรยากาศ และพื้นผิว เพื่อให้การรับรู้วัสดุเกิดขึ้นจากความรู้สึกตรงหน้า ไม่ใช่เพียงข้อมูลหรือชิ้นตัวอย่างขนาดเล็ก การเข้าใจวัสดุจึงเกิดจากการยืนอยู่ในพื้นที่นั้นจริง ๆ
ควบคู่กันไป แนวคิดเรื่องความยั่งยืนยังสะท้อนอยู่ในตัว Pavilion เอง โครงสร้างเหล็กเป็นระบบ Knockdown สามารถถอดประกอบและนำกลับใช้ใหม่ แผ่นวัสดุสามารถนำไปใช้เป็น Sample Board ต่อได้ และพื้น Smart Flooring ก็สามารถถอดกลับไปใช้งานต่อได้ เพื่อลดการสร้างขยะจากงานแสดงสินค้าให้มากที่สุด
สำหรับคุณธนัญชัยเจ TODA ARK ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการนำเสนอสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่ที่ชวนตั้งคำถามว่า ในโลกอนาคต วัสดุที่ดีอาจไม่ใช่เพียงวัสดุที่สวยงาม หากต้องเป็นวัสดุที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรมากกว่า ทดแทนได้ดีกว่า ควบคุมคุณภาพได้ดีกว่า และอยู่ร่วมกับโลกได้ยาวนานกว่า
“บางแนวคิดไม่อาจอธิบายได้ครบถ้วนด้วยคำพูด แต่ต้องเกิดจากการเดินเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง”
พบกับ TODA ได้ที่บูธ TP03 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี