
จากจุดเริ่มต้นของ “โรงเลื่อย” สู่การเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไม้ทดแทนของไทย วันนี้ วนชัย กรุ๊ป กำลังชวนให้เรามองวัสดุที่คุ้นเคยอย่าง “ไม้” ในมุมที่ลึกกว่าที่เคย ไม่ใช่เพียงวัสดุสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์หรือก่อสร้าง แต่คือผลลัพธ์ของกระบวนการคิดที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำของทรัพยากร ไปจนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ใช้งาน

คุณภัทรา สหวัฒน์ กรรมการ บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 80 ปีขององค์กร การเปลี่ยนผ่านสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือ “วิธีคิดต่อวัสดุ”
จากวันที่ไม้จริงเริ่มลดลง กลายเป็นจุดตั้งต้นให้วนชัยพัฒนา “ไม้ทดแทน” จากยางพาราที่หมดอายุการใช้งาน วัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเผาทิ้ง ให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ของอุตสาหกรรม
จาก “ของเหลือ” สู่จุดเริ่มต้นของวัสดุในระบบอุตสาหกรรม
สิ่งที่ทำให้วนชัยแตกต่าง ไม่ได้อยู่เพียงที่ประเภทของสินค้า แต่คือ “วิธีมองทรัพยากร” ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
ไม้ยางพาราที่หมดอายุการให้ผลผลิต ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นภาระของเกษตรกรและมักถูกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ถูกวนชัยนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เปลี่ยนจากวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรม ผ่านการแปรรูปเป็น Particle board, MDF และ OSB ก่อนจะต่อยอดไปสู่ระบบการผลิตที่ใช้ทรัพยากรได้อย่างครบถ้วนในทุกส่วนของต้นไม้ ตั้งแต่รากที่ถูกนำไปผลิตพลังงาน ไปจนถึงเศษฝุ่นไม้ที่ถูกหมุนเวียนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง
“ในไลน์การผลิตของเราแทบไม่มี Waste เลย”
ประโยคนี้จึงไม่ใช่เพียงคำอธิบายของกระบวนการ แต่สะท้อนถึงแนวคิดหลักขององค์กร ที่มองว่า “ทุกส่วนของทรัพยากรมีคุณค่า” หากถูกใช้ในระบบที่เหมาะสม
แนวคิดดังกล่าวยังขยายไปสู่ระดับโครงสร้างของโรงงาน ผ่านการใช้พลังงานจาก Biomass และ Solar Roof เป็นแหล่งพลังงานหลัก สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มองเพียงผลลัพธ์ของสินค้า แต่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
Thematic Pavilion: พื้นที่เล่า “ศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย”

การกลับมาเข้าร่วม Thematic Pavilion เป็นครั้งที่สองติดต่อกันของ วนชัย ในงานสถาปนิก’69 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากประสบการณ์เดิม แต่เป็นการ “ขยับบทบาท” อย่างชัดเจน จากผู้ผลิตวัสดุ สู่การเป็นผู้ถ่ายทอดภาพรวมของอุตสาหกรรมอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น
ด้วยลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็น Finished Product โดยตรง แต่เป็นวัสดุที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบและการก่อสร้าง ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การนำเสนอสินค้า แต่คือการทำให้ “คนทั่วไปเข้าใจ” ว่าวัสดุเหล่านี้มีที่มา มีระบบคิด และมีผลกระทบต่อชีวิตอย่างไร
พาวิลเลียนในปีนี้จึงถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “พื้นที่เล่าเรื่อง” ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม ตั้งแต่ที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของผู้ใช้งาน
ขณะเดียวกัน การทำงานร่วมกับทีมออกแบบอย่าง Studio Tofu ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้กับวัสดุ โดยนำศักยภาพของแผ่นไม้ทดแทนมาตีความในบริบทของสถาปัตยกรรม และพัฒนาออกมาเป็นประสบการณ์เชิงพื้นที่ที่ผู้ชมสามารถเข้ามาสัมผัสและรับรู้ได้โดยตรง
และเมื่อมุมมองเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรม พื้นที่ Thematic Pavilion จึงกลายเป็นจุดเชื่อมสำคัญ ที่ทำให้วัสดุซึ่งเคยอยู่เบื้องหลัง ได้ก้าวออกมาสื่อสารกับผู้คนในอีกมิติหนึ่งอย่างชัดเจน
จากผู้ผลิต สู่บทบาท “ผู้ให้ความรู้” ของอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งบทบาทที่วนชัยพยายามขยับให้ชัดขึ้นในช่วงหลัง คือการก้าวจากการเป็นผู้ผลิตวัสดุ ไปสู่การเป็น “ผู้สื่อสารความรู้” ให้กับอุตสาหกรรมและผู้ใช้งานอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากในความเป็นจริง วัสดุก่อสร้างจำนวนมากที่ถูกใช้อยู่ในชีวิตประจำวันนั้น ยังมีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ใช้งานทั่วไปอาจไม่เคยรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของวัสดุ กระบวนการผลิต ไปจนถึงสารประกอบที่แฝงอยู่ภายใน ซึ่งล้วนส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการใช้งานและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
โดยเฉพาะประเด็นเรื่องฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และมักถูกมองข้าม แต่กลับมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอย่างมีนัยยะสำคัญ
“วัสดุที่มีลักษณะภายนอกใกล้เคียงกัน อาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”
ประโยคนี้จึงไม่ใช่เพียงข้อสังเกต หากแต่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงช่องว่างของความเข้าใจในตลาดวัสดุก่อสร้าง ที่ยังต้องการการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ วนชัยจึงเลือกใช้พื้นที่ Thematic Pavilion เป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดง แต่เป็นพื้นที่ของการ “ชวนคิด” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ตั้งคำถามกับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด เพื่อให้การเลือกใช้วัสดุในอนาคต ไม่ได้อิงเพียงภาพลักษณ์หรือความคุ้นเคย แต่เกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริง ว่าสิ่งที่เราเลือกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านนั้น ส่งผลต่อชีวิตของเราในระยะยาวอย่างไร

เมื่อวัสดุภายในบ้าน “ส่งผลมากกว่าที่มองเห็น”
อีกหนึ่งประเด็นที่วนชัยให้ความสำคัญอย่างชัดเจนในช่วงหลัง คือการขยายมุมมองของวัสดุก่อสร้าง จากสิ่งที่ตอบโจทย์เพียงด้านโครงสร้างหรือความสวยงาม ไปสู่สิ่งที่ส่งผลต่อ “คุณภาพชีวิต” ของผู้ใช้งานโดยตรง
ในอดีต การเลือกวัสดุอาจถูกพิจารณาจากความแข็งแรง ราคา หรือภาพลักษณ์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อผู้คนเริ่มตระหนักว่า สิ่งที่อยู่ภายในบ้าน แม้จะมองไม่เห็นแต่สามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ในระยะยาว
ไม่ว่าจะเป็นสารระเหยในอากาศ กลิ่นสะสม หรือองค์ประกอบทางเคมีที่ค่อย ๆ ปล่อยออกมาจากวัสดุ ล้วนเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับการอยู่อาศัยโดยตรง โดยเฉพาะในยุคที่ “บ้าน” กลายเป็นพื้นที่ที่เราใช้เวลาอยู่มากที่สุด
แนวคิดนี้เองทำให้วนชัยเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Non-Formaldehyde อย่างจริงจัง ทั้งในวัสดุแผ่นและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยสารที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ และยกระดับมาตรฐานวัสดุให้สอดคล้องกับแนวคิดการอยู่อาศัยในยุคใหม่
ขณะเดียวกัน แนวทางดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับกรอบ ESG ที่องค์กรให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงในมิติของสิ่งแวดล้อม แต่รวมถึงมิติของ “ผู้คน” ที่เป็นผู้ใช้งานปลายทางของวัสดุเหล่านี้
เพราะในท้ายที่สุด วัสดุที่ดี อาจไม่ได้วัดจากเพียงความทนทานหรืออายุการใช้งานแต่คือวัสดุที่สามารถอยู่ร่วมกับชีวิตของผู้คนได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
วัสดุที่คุณใช้ทุกวัน “ปลอดภัยจริงหรือเปล่า?”
สำหรับวนชัยสิ่งที่อยากชวนให้เกิดขึ้นจากพาวิลเลียนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเข้ามาชมงาน แต่คือการชวนให้ทุกคน “ลองตั้งคำถาม” กับสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด
วัสดุที่เราใช้ในบ้านทุกวัน แม้จะมีหน้าตาใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน ทั้งกระบวนการผลิต มาตรฐาน และสารที่แฝงอยู่ อาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะสารระเหยที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่กลับส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพในระยะยาว
“บางอย่างเราอาจมองไม่เห็น แต่ร่างกายเรารับรู้มันทุกวัน”
วนชัยจึงไม่ได้อยากให้ผู้ชมเพียง “เข้าใจวัสดุ”แต่อยากให้เริ่มกลับไปตั้งคำถามกับพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยจริง ๆ ว่าสิ่งที่เราเลือกใช้ปลอดภัยกับเราและคนในบ้านมากแค่ไหน
ขอเชิญมาสัมผัสและลองตั้งคำถามกับวัสดุรอบตัวคุณด้วยตัวเองได้ที่บูธ TP02 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี