
วัสดุนิยม แบรนด์ผู้พัฒนาโซลูชันวัสดุตกแต่งเชิงสถาปัตยกรรมที่เชี่ยวชาญด้านไม้เทียม โดยเฉพาะ WPC และวัสดุปิดผิวสำหรับงานภายนอก–ภายใน ตัดสินใจยกระดับการนำเสนอในงานสถาปนิก’69 ครั้งนี้ ด้วยรูปแบบ Thematic Pavilion เพื่อสื่อสารตัวตนของวัสดุให้ชัดที่สุดในครั้งเดียว
ที่ผ่านมา แบรนด์มีสินค้าที่พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และได้รับฟีดแบ็กเชิงบวกจากการออกงานสถาปนิกหลายครั้ง แต่ในมุมของผู้บริหาร นั่นยังไม่เพียงพอ

คุณสิรวิชญ์ มั่นคงธนาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัสดุนิยม จำกัด อธิบายถึงการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า แบรนด์ต้องการยกระดับการสื่อสาร เพื่อให้ตลาดเข้าใจวัสดุในเชิงลึกมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการรับรู้ตัวสินค้าแบบแยกส่วน แต่เข้าใจจุดยืน แนวคิด และคุณค่าที่วัสดุนิยมพัฒนาขึ้นอย่างครบถ้วนในครั้งเดียว
ภายใต้แนวคิดนี้ Thematic Pavilion จึงถูกมองเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด เพราะสามารถเล่าเรื่องวัสดุผ่านสถาปัตยกรรม ผ่านแนวคิด และผ่านโครงสร้างพื้นที่ที่มีจุดยืนชัดเจน มากกว่าการจัดวางสินค้าแบบบูธเชิงพาณิชย์ทั่วไป
วัสดุที่ดีต้องสวย ทน และใช้งานได้ในยุคแรงงานเปลี่ยนผ่าน
หนึ่งในโจทย์สำคัญที่วัสดุนิยมมองเห็นชัด คือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมก่อสร้างในปัจจุบัน ปัญหาแรงงานฝีมือที่ลดลง การหาช่างที่เชื่อถือได้ยากขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนของหน้างานที่ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
คุณสิรวิชญ์อธิบายว่า สำหรับวัสดุเชิงสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะกลุ่มไม้เทียม วัสดุยุคใหม่ไม่อาจหยุดอยู่ที่ความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาทดแทนข้อจำกัดด้านแรงงานด้วย โดยใช้หลักการชัดเจนว่า “วัสดุต้องพร้อมใช้” ใกล้เคียงลักษณะ Plug & Play คือ ติดตั้งง่าย ลดขั้นตอน ลดการพึ่งพาแรงงานทักษะสูง และลดความเสี่ยงจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
หลักคิดของแบรนด์จึงตั้งอยู่บน 3 เรื่องที่ยึดถือมาโดยตลอด คือ ความสวยงามต้องมาก่อน ความคงทนต้องอยู่กับสินค้าในระยะยาว และการใช้งานต้องสอดคล้องกับยุคสมัยที่ Labor Intensive กำลังลดบทบาทลง
ควบคู่ไปกับทิศทาง “Green” ซึ่งสำหรับวัสดุนิยมไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่เป็นเมกะเทรนด์และความจำเป็นจริงจังของอุตสาหกรรม ที่ต้องคิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของวัสดุทุกชิ้น
ทำไมต้อง Thematic Pavilion: เมื่อวัสดุนิยมเลือกเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง
ที่ผ่านมา วัสดุนิยมเข้าร่วมงานสถาปนิกหลายครั้ง และได้รับฟีดแบ็กเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุปิดผิวและไม้เทียม ซึ่งเป็นสินค้าที่ “ต้องสัมผัส” เพราะเท็กซ์เจอร์ สี และอารมณ์ของวัสดุ ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านหน้าจอออนไลน์ได้ครบถ้วน การได้เห็นของจริงเพียงไม่นาน มักทำให้ผู้ชมเข้าใจวัสดุได้ทันที
อย่างไรก็ตาม การจัดบูธในรูปแบบเดิมที่เน้นการนำเสนอสินค้าให้ครบที่สุด อาจทำให้ภาพรวมของแบรนด์กระจัดกระจาย ผู้ชมเห็นว่า “มีอะไรบ้าง” แต่ยังไม่ทันได้เข้าใจว่า “วัสดุนิยมยืนอยู่ตรงไหน”
ปีนี้จึงเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ตัดสินใจเปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องอย่างจริงจัง ผ่านรูปแบบ Thematic Pavilion ซึ่งบังคับให้ต้องเลือก ต้องมีแนวคิด และต้องกลั่นสาระสำคัญของพอร์ตทั้งหมดออกมาให้ชัดเจนที่สุด แทนที่จะถามว่า “เรามีสินค้าอะไรบ้าง” คำถามของปีนี้จึงเปลี่ยนเป็น “เราอยากให้ตลาดเข้าใจเราในฐานะอะไร”
การตีความแนวคิดครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านการทำงานร่วมกับคุณบาส จาก HAA Studio ซึ่งเข้ามาช่วยแปลง “จุดยืนของวัสดุ” ให้กลายเป็นพื้นที่ที่จับต้องได้
คุณสิรวิชญ์เล่าว่า ในฐานะผู้ผลิต แบรนด์มักมองวัสดุผ่านมิติของกระบวนการผลิตและคุณสมบัติทางเทคนิค แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกับสถาปนิก จึงได้เห็นอีกมุมหนึ่งของวัสดุ มุมของการตั้งคำถามกับข้อจำกัด การมองหาศักยภาพใหม่ และการนำวัสดุไปใช้งานในบริบทที่ต่างออกไปจากที่คุ้นเคย
กระบวนการแลกเปลี่ยนนี้ไม่เพียงทำให้วัสดุนิยมพาวิลเลียนมีแนวคิดที่ชัดขึ้น หากยังทำให้แบรนด์เองได้ทบทวนว่า วัสดุที่พัฒนามาตลอดสามารถถูกเล่าเรื่องผ่านสถาปัตยกรรมได้อย่างไร
APC , ASA และ AEF: ตัวแทนของความงามและความแข็งแรง
แม้วัสดุนิยมจะมีพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย แต่สำหรับ Thematic Pavilion ครั้งนี้ แบรนด์ตั้งใจกลั่นสาระสำคัญออกมาให้ชัดเจนที่สุด ผ่านการคัดเลือกเพียง 3 นวัตกรรมหลักมาเป็นตัวแทนของแนวคิดทั้งหมด
วัสดุแรกคือ APC (Aluminium Plastic Composite) วัสดุคอมโพสิตที่เกิดจากการรวมกันของสององค์ประกอบที่มีธรรมชาติแตกต่างกันอย่างชัดเจน ชั้นผิวภายนอกเป็นพลาสติกเทคโนโลยี BRC ที่พัฒนาเท็กซ์เจอร์และเฉดสีให้ใกล้เคียงไม้จริง ทั้งในด้านสายตาและสัมผัส สามารถใช้งานภายนอกได้ในสภาพอากาศร้อนชื้น ขณะที่แกนกลางเป็นอลูมิเนียมซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลัก มอบความแข็งแรง ความมั่นคง และความคงทนในระยะยาว

การผสาน “ผิวไม้” เข้ากับ “แกนโลหะ” ไม่ได้เป็นเพียงการรวมวัสดุสองชนิดเข้าด้วยกัน แต่สะท้อนแนวคิดสำคัญของ แบรนด์ว่า ความงามและความแข็งแรงสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ในวัสดุเดียว โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
อีกหนึ่งวัสดุสำคัญคือ ASA (Acrylonitrile Styrene Acrylate)

พลาสติกสมรรถนะสูงที่เคยถูกใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และการบิน ด้วยคุณสมบัติทนต่อรังสี UV ทนสภาพอากาศร้อนชื้น ทนต่อการสึกหรอ และสามารถใช้งานในความหนาที่บางได้โดยยังคงความแข็งแรง จึงถูกพัฒนาให้เป็นชั้นปิดผิวที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใน Thematic Pavilion นี้วัสดุทั้งสองถูกนำมาจัดวางในแนวคิด “สองเลเยอร์” อย่างชัดเจน ชั้นนอกเป็นตัวแทนของความสวยงามและความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ส่วนชั้นในสะท้อนความแข็งแรงและโครงสร้างที่มั่นคง แนวคิดนี้เชื่อมโยงตรงกับเทคโนโลยีการเคลือบสองชั้นของสินค้า ที่ออกแบบมาให้ทั้งความงามและประสิทธิภาพทำงานควบคู่กันอย่างสมดุล
AEF โซลูชันพื้นภายในสำหรับบ้านยุคใหม่ เมื่อความงามต้องมาพร้อมความทนทานและติดตั้งง่าย

การเลือกวัสดุปูพื้นภายในบ้านในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความคงทน และความสะดวกในการติดตั้ง โดยเฉพาะในยุคที่งานก่อสร้างเผชิญข้อจำกัดด้านแรงงานและเวลาหน้างานมากขึ้น วัสดุพื้นยุคใหม่จึงถูกพัฒนาให้เป็น “โซลูชันสำเร็จรูป” ที่ช่วยลดขั้นตอนการติดตั้งและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน หนึ่งในตัวเลือกที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ และกระเบื้องยาง AEF (Advance Engineered Flooring) จากวัสดุนิยม ซึ่งผสานความงามของลวดลายไม้ธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างวัสดุที่แข็งแรงและออกแบบมาเพื่อการติดตั้งที่รวดเร็ว
ไม้พื้นเอ็นจิเนียร์ AEF มาพร้อมผิวไม้จริงระดับ AB Grade และโครงสร้างไม้หลายชั้นที่ช่วยลดการขยายตัวของไม้เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง พร้อมระบบติดตั้ง Click Lock 5G ที่ช่วยให้การติดตั้งทำได้ง่ายและแม่นยำ ขณะที่กระเบื้องยาง AEF โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่ทนความชื้น ไม่บวมน้ำ และเทคโนโลยี 3D Direct Printing Texture ที่ให้ลวดลายไม้สมจริง ทั้งสองวัสดุสามารถใช้กับงานออกแบบได้หลากหลายสไตล์ พร้อมให้สัมผัสสบายเมื่อใช้งานและดูแลรักษาง่าย จึงเป็นทางเลือกของพื้นภายในที่ผสานความสวยงาม ความทนทาน และความสะดวกในการใช้งานได้อย่างลงตัว
Responsibility ที่มากกว่าการจัดแสดงแค่ 6 วัน
คำถามสำคัญของอุตสาหกรรมวัสดุในอนาคต อาจไม่ใช่ว่าใครจะพัฒนาอะไรที่ “แปลกใหม่” ได้มากกว่ากัน หากแต่คือใครจะ “รับผิดชอบ” ได้มากกว่ากัน
วัสดุนิยมจึงไม่ได้มองการพัฒนาสินค้าเพียงในมิติของประสิทธิภาพ ความแตกต่าง หรือความน่าสนใจทางเทคนิค แต่ขยับคำถามให้ไกลออกไปถึง “ปลายทาง” ของวัสดุทุกชิ้น เมื่อมันหมดอายุการใช้งานแล้วจะไปอยู่ที่ไหน จะถูกจัดการอย่างไร และสามารถกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานใหม่ได้หรือไม่

แนวคิดนี้นำไปสู่การตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนา เพื่อทำงานกับโครงการ Recycle Plus ซึ่งมุ่งนำเศษวัสดุและวัสดุเหลือใช้กลับมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น บล็อกปูพื้นและแผ่น Panel สำหรับงาน Outdoor และ Garden เชื่อมโยงกลับเข้าสู่งานสถาปัตยกรรมอีกครั้งในรูปแบบที่มีคุณค่า ไม่ใช่เพียงการจัดการของเสีย แต่เป็นการยืดอายุวัสดุให้เดินทางต่อไปได้
วิธีคิดเรื่อง “ปลายทาง” นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระดับสินค้า หากถูกนำมาใช้กับ Thematic Pavilion ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
สำหรับวัสดุนิยมพาวิลเลียนไม่ควรเป็นโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานเพียง 6 วันแล้วรื้อถอน แนวคิดของปีนี้จึงตั้งต้นจากคำถามเดียวกันว่า หากมองพาวิลเลียนเป็นการลงทุน 365 วัน จะออกแบบอย่างไรให้มันยังคงทำงานต่อหลังจบงาน
องค์ประกอบต่าง ๆ ถูกวางแผนให้สามารถถอดประกอบและนำกลับมาใช้งานต่อได้ ไม่ว่าจะนำไปจัดแสดงในพื้นที่อื่น ปรับใช้เป็นองค์ประกอบของสินค้า หรือเลือกใช้เศษวัสดุจากคลังและหน้างานเดิมให้มากที่สุด เพื่อลดการสร้างของเสียให้น้อยที่สุดตั้งแต่ต้นทาง
ในมุมนี้ Thematic Pavilion จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสื่อสารแบรนด์ แต่เป็นการทดลองแนวคิดเรื่องความรับผิดชอบในระดับโครงสร้าง ว่าวัสดุที่ดี และการจัดแสดงที่ดี ควรถูกออกแบบให้มีชีวิตยืนยาวกว่าช่วงเวลาของงานแสดงสินค้า และสามารถสร้างคุณค่าต่อเนื่องได้มากกว่าที่เห็นในระยะสั้น
ร่วมสัมผัสวัสดุในมุมที่มากกว่าที่เคยกับวัสดุนิยม

สำหรับ Thematic Pavilion ของวัสดุนิยมปีนี้ ความตั้งใจไม่ใช่เพียงให้ผู้ชมมาเดินดูสินค้าเหมือนการชมบูธทั่วไป แต่คือการชวนให้เข้ามาเห็นเรื่องราวของวัสดุอย่างเป็นระบบ เห็นว่ามันถูกพัฒนา ถูกใช้งาน และถูกคิดต่ออย่างไร
ทั้งสถาปนิก ผู้ออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการ จะได้เปิดมุมมองใหม่ต่อการใช้ไม้เทียมและวัสดุปิดผิวในงานสถาปัตยกรรม ว่าสามารถต่อยอด แตกต่าง และแก้โจทย์ได้มากกว่าที่คุ้นเคยแค่ไหน
ภายในพาวิลเลียนยังแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็นหลายส่วน ทั้งพื้นที่ดีไซน์หลัก การทำงานร่วมกับศิลปินและสถาปนิกที่สะท้อนการเดินทางของวัสดุนิยมกว่า 10 ปี และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วม เพื่อให้เข้าใจวัสดุผ่านประสบการณ์จริง ไม่ใช่เพียงการมองเห็น
หากอยากเห็นว่าวัสดุสามารถถูกเล่าเรื่องผ่านสถาปัตยกรรมได้อย่างไร และจะเดินทางต่อไปในอนาคตแบบไหน วัสดุนิยมขอเชิญชวนให้แวะเข้ามาพูดคุยและสัมผัสด้วยตัวเอง
พบกับ วัสดุนิยม ได้ที่บูธ TP01 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี