
หลังได้อินไซต์สำคัญจากงานสถาปนิก’68 ที่ผ่านมา KRACFT กลับเข้าสู่เวทีงานสถาปนิกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าใจตลาดวัสดุก่อสร้างอย่างลึกซึ้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมผู้อยู่อาศัย ความต้องการจากสถาปนิก ไปจนถึงกลุ่มเจ้าของโครงการที่มองหาโซลูชันตรงโจทย์มากกว่าเดิม
คุณวัชรพงศ์ พัฒนพณิชกุล Consultant Manager ของ KRACFT เผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานสถาปนิก’69 พร้อมมุมมองต่อเทคโนโลยี การแข่งขัน และบทบาทของวัสดุอะลูมิเนียมในงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่อย่างน่าสนใจ
เข้าใจตลาดมากขึ้น…ไม่แข่งราคา แต่แข่ง “คุณค่า” ที่ส่งมอบให้ลูกค้า
แม้ตลาดวัสดุภายนอกจะมีการแข่งขันสูง แต่ KRACFT มองว่าไม่จำเป็นต้องแข่งในสงครามราคา บริษัทเลือกกำหนดตลาดของตัวเอง โดยโฟกัสกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้ใช้งานต้องการวัสดุที่ สวยงาม คงทน ปลอดภัย และ ดูแลง่าย (Low Maintenance) KRACFT จึงนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบร่างใหม่ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายขึ้น ทั้งการเพิ่มสินค้าใหม่ และยกระดับคุณสมบัติของสินค้าเดิมให้แข็งแรงและใช้งานได้ทนทานกว่าเดิม KRACFT จึงแข่งในเรื่อง Value Proposition มากกว่าแข่งขันกันที่ต้นทุนหรือราคา
AI คือ “โอกาสของแบรนด์ที่มีคุณภาพ”
คุณวัชรพงศ์มองว่า AI มีผลต่อทุกอุตสาหกรรม รวมถึงวัสดุก่อสร้างเช่นกัน ซึ่งบทบาทสำคัญของ AI คือการทำให้ “ลูกค้าเข้าใจวัสดุมากขึ้น” ทั้งสถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้พัฒนาโครงการที่สามารถค้นคว้าคุณสมบัติของวัสดุได้เองอย่างละเอียด เช่น ความแข็งแรงของอะลูมิเนียม ความคุ้มค่า จุดเด่น–จุดด้อย ความเหมาะสมกับพื้นที่หรือสภาพอากาศ ผลคือ ลูกค้าคาดหวังความเชี่ยวชาญจากผู้ผลิตมากขึ้น และตลาดจะเปิดกว้างสำหรับแบรนด์ที่มี ความรู้จริง มี Ecosystem การผลิตครบ และมีมาตรฐานสูง ซึ่ง KRACFT มองว่าเป็นโอกาสมากกว่าเป็นความท้าทาย
ในด้านการออกแบบ KRACFT แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านความงาม (Aesthetic) AI ยังมีข้อจำกัดเพราะงานดีไซน์จำเป็นต้องอาศัยมุมมองและประสบการณ์ของนักออกแบบ ด้านวิศวกรรม (Engineering) AI ช่วยให้บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็วขึ้น เช่น วิเคราะห์ความแข็งแรง ลดจุดอ่อนของชิ้นงาน คาดการณ์ปัญหาการใช้งาน ลดเวลาในการแก้ไขงาน ซึ่งทั้งหมดส่งผลให้ลูกค้าได้รับชิ้นงานที่ ปลอดภัยขึ้น แข็งแรงขึ้น และมีคุณค่ามากขึ้น
อะลูมิเนียมเพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น
แม้งานของ KRACFT จะเน้นงาน Exterior เป็นหลัก ไม่ใช่วัสดุภายในอาคาร แต่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Wellness Architecture ผ่านคุณสมบัติของอะลูมิเนียม เช่น ควบคุมอุณหภูมิได้ดี–อะลูมิเนียมมีคุณสมบัติร้อนเร็ว เย็นเร็ว ทำให้อุณหภูมิถ่ายเทได้ไวกว่า ลดความร้อนเข้าสู่บ้าน ปลอดสนิม–ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และยืดอายุการใช้งานโดยไม่ต้องซ่อมบำรุงบ่อย ทำให้งานภายนอกสวยขึ้น–เพราะเป็นวัสดุน้ำหนักเบา ติดตั้งเร็ว และให้ความเนี้ยบตามแบบที่สถาปนิกตั้งใจ แม้จะไม่ใช่วัสดุเพื่อสุขภาพโดยตรง แต่ช่วยให้การอยู่อาศัยสบายขึ้นอย่างชัดเจน
ยกระดับมาตรฐานงาน Exterior ไทย
KRACFT ผลิตงานอะลูมิเนียมในลักษณะ Prefab ซึ่งส่งผลดีต่อวงการหลายด้าน เช่น ผู้รับเหมาทำงานง่ายขึ้น ลดงานเปียกและงานหน้างาน เจ้าของบ้านได้บ้านตรงตามแบบ ไม่เสี่ยงผิดสเปก นักออกแบบเข้าใจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของอะลูมิเนียม อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยก้าวไปสู่ระบบที่มาตรฐานสูงขึ้น อะลูมิเนียมยังเข้ามาแทนวัสดุเหล็กและสเตนเลสมากขึ้น เพราะมีน้ำหนักเบา คงทน และดูทันสมัยกว่า
พบกับ KRACFT ได้ที่งานสถาปนิก’69
ปีนี้ KRACFT ยังคงโชว์ “ผลิตภัณฑ์แชมเปี้ยน” เช่นเดิม ทั้งในกลุ่ม ประตู ราวกันตก งานฟาซาด งานลูกตั้ง–ลูกนอน และมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์งานออกแบบที่หลากหลายขึ้น เช่น งานสไตล์ Contemporary งานโทนตะวันตก งาน Custom ที่ต้องการความแข็งแรงเฉพาะด้าน ทั้งหมดถูกออกแบบด้วยแนวคิด Engineering + Aesthetic โดยยังคงน้ำหนักเบา แข็งแรง และติดตั้งรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ KRACFT แตกต่างจากงานอะลูมิเนียมทั่วไปในตลาด คุณวัชรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ฝากถึงสถาปนิก เจ้าของบ้าน และผู้สนใจงานออกแบบว่า ถ้าคุณกำลังมองหางานภายนอกที่สวย เนี้ยบ ใช้งานง่าย และตอบโจทย์การอยู่อาศัย เชิญมาพูดคุยกับเราที่งานสถาปนิก’69 ได้ที่บูธ D504 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี