27 เม.ย. - 2 พ.ค. 2570 - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’27

TODA อีกคำตอบของความยั่งยืน ผ่านการออกแบบเพื่ออนาคตที่ไม่ต้องรบกวนธรรมชาติ

เมื่อพูดถึงความยั่งยืน หลายคนอาจนึกถึงการลดขยะ การรีไซเคิล หรือการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่สำหรับ TODA ความยั่งยืนอาจเริ่มต้นจากคำถามที่แตกต่างออกไป

“เราจะสร้างอนาคตโดยไม่ต้องรบกวนธรรมชาติได้อย่างไร”

คำถามนี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของแนวคิด “Artificiality is the New Reality” ที่ TODA และบริษัทออกแบบ Supermachine ใช้ในการพัฒนาพื้นที่จัดแสดงภายในงานสถาปนิก’69 จนสามารถคว้ารางวัล ASA Green Pavilion Awards ระดับ Gold ภายใต้โครงการ ASA100 Sustainable Goal พร้อมคว้ารางวัล Thematic Pavilion of the Year 2026 จากการโหวตของผู้เข้าชมงาน

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการสร้างพาวิลเลียนที่ใหญ่ที่สุดหรือซับซ้อนที่สุด แต่เกิดจากการออกแบบที่ตั้งคำถามกับการใช้ทรัพยากรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัสดุ การก่อสร้าง การใช้งาน ไปจนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังวันปิดงาน

ภายในงานสถาปนิก’69 TODA เข้าร่วมจัดแสดงในรูปแบบ Thematic Pavilion หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและนักออกแบบร่วมกันตีความแนวคิด วัสดุ และนวัตกรรม ผ่านพื้นที่จัดแสดงที่ก้าวข้ามการเป็นบูธสินค้าแบบดั้งเดิม

สำหรับปีนี้ TODA ได้ร่วมงานกับ Supermachine สตูดิโอออกแบบที่มีชื่อเสียงด้านการสร้างประสบการณ์ผ่านพื้นที่และงานสถาปัตยกรรมเชิงแนวคิด จนเกิดเป็น TODA ARK พาวิลเลียนที่นำเสนอแนวคิด “Artificiality is the New Reality” ผ่านการออกแบบที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุ เทคโนโลยี และความยั่งยืนในอนาคต

เมื่อความยั่งยืนเริ่มต้นจากการไม่รบกวนธรรมชาติ

คุณธนัญชัย จุนแสงจันทร์ CEO ของ TODA เล่าว่าจุดเริ่มต้นของแนวคิดดังกล่าวมีรากฐานมาจากตัวตนของแบรนด์เอง

ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี TODA ดำเนินธุรกิจด้านวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ ก่อนจะขยายเข้าสู่กลุ่มวัสดุตกแต่งภายในในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมี Interior Film เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญที่ช่วยแก้ Pain Point ของงานตกแต่งภายใน ทั้งในด้านการติดตั้ง ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และการปรับปรุงพื้นที่เดิมโดยไม่จำเป็นต้องรื้อถอนทั้งหมด

แนวทางดังกล่าวสะท้อนวิธีคิดของ TODA ที่มองหาทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับงานออกแบบอยู่เสมอ และนำไปสู่การตั้งคำถามว่า หากเราสามารถสร้างวัสดุที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องดึงทรัพยากรจากธรรมชาติเพิ่มขึ้น นั่นอาจเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความยั่งยืนเช่นกัน

แนวคิดนี้จึงถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคอนเซปต์ “Artificiality is the New Reality” ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่จัดแสดงของ TODA ในงานสถาปนิก’69

“ถ้าเรามองเรื่อง Sustainability คือการไม่ไปรบกวนธรรมชาติ เราก็เชื่อว่าการสร้างสรรค์วัสดุทางเลือกขึ้นมาใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างความยั่งยืนได้เช่นกัน”

เมื่อเริ่มต้นทำงานร่วมกับ Supermachine ทั้งสองฝ่ายจึงพบว่ามีวิธีคิดที่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องความเรียบง่าย

Less is More คือสิ่งที่เราเห็นชัดมากตั้งแต่วันแรกที่เริ่มออกแบบ จนถึงวันที่ติดตั้งจริง”

ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายนั้น ทุกองค์ประกอบกลับถูกออกแบบอย่างตั้งใจให้สามารถใช้งานต่อได้ในอนาคต เพราะสำหรับ TODA ความยั่งยืนไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ หรือเมื่อผู้เข้าชมเดินออกจากงาน แต่ต้องดำเนินต่อไปหลังวันปิดงานด้วย

เมื่อทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบให้มีชีวิตต่อ

ตั้งแต่วันแรกของการออกแบบ TODA วางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่า ทุกองค์ประกอบภายในพื้นที่จัดแสดงจะต้องสามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้จริง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือวัสดุและองค์ประกอบทั้งหมดภายในพื้นที่จัดแสดงถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ 100%

โครงสร้างหลักของพาวิลเลียนถูกนำกลับไปติดตั้งภายในโชว์รูมของบริษัท ขณะที่ชิ้นงานจัดแสดงและองค์ประกอบตกแต่งต่าง ๆ ถูกกระจายไปใช้งานต่อในหลายพื้นที่ ทั้งโชว์รูมสาขาทองหล่อ พระราม 2 และกิจกรรมของแบรนด์ในจังหวัดต่าง ๆ

แม้แต่ทางเข้าของพาวิลเลียนก็ถูกนำมาปรับเปลี่ยนเป็นชั้นวางสินค้า ส่วนระบบไฟที่เคยใช้งานภายในงานก็ถูกนำกลับมาใช้ภายในโชว์รูม ขณะที่เศษวัสดุจากการตัดขึ้นรูปก็ถูกเก็บรวบรวมเพื่อนำไปพัฒนาเป็น Material Sample สำหรับใช้งานต่อ

“สำหรับผม เราสามารถพูดได้เลยว่าทุกอย่างในบูธถูกนำกลับมาใช้ต่อได้ 100%”

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะหลังจบงาน แต่ถูกวางแผนมาตั้งแต่กระบวนการออกแบบและก่อสร้าง TODA ให้ความสำคัญกับการลดของเสียตั้งแต่ต้นทาง โดยเศษวัสดุที่เหลือจากการ CNC ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อ ขณะที่การเลือกใช้วัสดุปิดผิวสำเร็จรูปยังช่วยลดฝุ่น กลิ่น และขั้นตอนการทำงานหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนทำให้การก่อสร้างและติดตั้งเกิดของเสียเหลือน้อยที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ TODA ไม่ได้มองว่าการสร้าง Sustainable Pavilion จำเป็นต้องมาพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้นเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการคิดและการออกแบบตั้งแต่ต้นทางมากกว่า

“มันไม่ได้อยู่ที่แพงหรือถูก แต่อยู่ที่การตีความและวิธีคิดของผู้ออกแบบ ว่าจะมองเห็นศักยภาพของวัสดุและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร”

แนวคิดดังกล่าวทำให้พื้นที่จัดแสดงไม่ได้จบหน้าที่ลงพร้อมกับวันปิดงาน แต่กลายเป็นทรัพยากรที่ยังคงสร้างคุณค่าและใช้งานต่อได้ในชีวิตจริง

มากกว่าพาวิลเลียน แต่คือความยั่งยืนในแบบของ TODA

สำหรับคุณธนัญชัย การเข้าร่วมโครงการ ASA100 Sustainable Goal เป็นมากกว่าการส่งผลงานเข้ารับการประเมิน แต่เป็นโอกาสที่ทำให้เห็นว่าความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริงผ่านการลงมือทำ

ในมุมมองของ TODA ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการเลือกใช้วัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการออกแบบวัสดุให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น สามารถสร้างคุณค่าได้ต่อเนื่อง และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนทดแทนบ่อยครั้ง

อีกหนึ่งประเด็นที่คุณธนัญชัยฝากถึงผู้แสดงสินค้าที่สนใจแนวคิด Sustainable Exhibition Design คือการเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน

“การออกบูธในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของความโอ่อ่าหรือยิ่งใหญ่อีกต่อไป แต่เป็นการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ให้ชัดที่สุด เมื่อเราเข้าใจว่าเราเป็นใคร งานออกแบบก็จะสะท้อนสิ่งนั้นออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ”

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่าน TODA ARK พาวิลเลียนที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง TODA และ Supermachine ภายใต้การจัดแสดงในรูปแบบ Thematic Pavilion ในงานสถาปนิก’69 ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงจัดแสดงผลิตภัณฑ์ แต่เป็นพื้นที่ที่ใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือในการสื่อสารแนวคิดของแบรนด์

พาวิลเลียนแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Noah’s Ark เรือที่ทำหน้าที่นำพาชีวิตสู่อนาคต โดย TODA ARK เลือกทำหน้าที่นำพา “วัสดุแห่งปัจจุบัน” เดินทางสู่อนาคต ผ่านการออกแบบที่มองวัสดุไม่ใช่ของใช้ครั้งเดียว แต่เป็นทรัพยากรที่ยังมีคุณค่าและสามารถสร้างประโยชน์ต่อไปได้อีกหลายชีวิต

หาก Noah’s Ark คือเรือที่นำพาชีวิตให้รอดพ้นจากโลกใบเดิม TODA ARK ก็อาจเป็นสัญลักษณ์ของการนำพาแนวคิดการออกแบบแบบเดิม ๆ ไปสู่อนาคตอีกแบบหนึ่ง อนาคตที่ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบให้เกิดขึ้นจริงตั้งแต่วันแรก และยังคงสร้างคุณค่าต่อไปแม้งานจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม

แนวคิดดังกล่าวยังกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่จัดแสดงของ TODA ในอนาคต โดยเฉพาะการนำวัสดุและองค์ประกอบที่ถูกใช้งานและนำกลับมาใช้ซ้ำแล้ว เตรียมกลับมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ใหม่ในงานสถาปนิก’70 โดยยังคงรักษาแนวคิดเรื่อง Sustainability เอาไว้

และนั่นคืออีกหนึ่งตัวอย่างของแนวคิดที่โครงการ ASA100 Sustainable Goal ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นในวงการออกแบบและการจัดแสดงสินค้าไทย ผ่านผู้แสดงสินค้าที่พร้อมเปลี่ยนความยั่งยืนจากแนวคิดให้กลายเป็นการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

จองพื้นที่งานสถาปนิก’70 ได้แล้ววันนี้: https://architectexpo.com/space-reservation/

ป้ายกำกับ :
แชร์
#architect’27