ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปีของการทำงานเคียงข้างหน้างานจริง ART DNA ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ แต่คือ “พาร์ทเนอร์” ที่เติบโตไปพร้อมกับสถาปนิก นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการในทุกช่วงของการทำงาน

คุณกฤษณพัฒน์ โรจน์ขจรนภาลัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธรรมดาแบ็งค็อค จำกัด อธิบายว่า สิ่งที่แบรนด์เรียนรู้จากประสบการณ์จริง คือความต้องการของตลาดไม่ได้หยุดอยู่แค่คุณภาพของสินค้า แต่คือ “ความรับผิดชอบ” และ “ความสามารถในการแก้ปัญหาร่วมกัน” ซึ่งกลายเป็นแก่นสำคัญของ ART DNA มาจนถึงปัจจุบัน
แนวคิดนี้ถูกนำมาต่อยอดและสื่อสารอย่างชัดเจนอีกครั้งในงานสถาปนิก’69 ผ่านคอนเซปต์ “The Art of ART DNA” ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ในทุกมิติ
The Art of ART DNA เมื่อประสบการณ์ 14 ปี กลายเป็นมาตรฐานการทำงาน
สิ่งที่ ART DNA นำเสนอในปีนี้ ไม่ใช่แนวคิดใหม่ แต่คือการรวบรวมสิ่งที่แบรนด์ยึดมั่นและลงมือทำมาตลอด 14 ปี ผ่าน 7 เสาหลัก ได้แก่ Beyond, Design, Bespoke, Control, Trust, Service และ Companionship ทุกองค์ประกอบสะท้อนแนวทางการทำงานที่ไม่ได้จบลงเพียงการส่งมอบสินค้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มต้นโครงการ การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระยะยาว
สำหรับ ART DNA การได้ร่วมงานกับลูกค้าไม่ใช่เพียง “การขาย” แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าโปรเจกต์จะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในทุกมิติ

ยืนระยะด้วย Trust และ Service ในตลาดที่แข่งขันสูง
ในตลาดที่การแข่งขันจำนวนมากยังคงขับเคลื่อนด้วยราคา ART DNA เลือกยืนอยู่บนจุดที่แตกต่าง โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐาน Trust ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และการให้บริการแบบมืออาชีพที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงทีมวิศวกรได้โดยตรง ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและ AI ถูกนำมาใช้ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในกระบวนการทำงาน
ระบบข้อมูลที่มีเสถียรภาพช่วยให้ทีมผู้เชี่ยวชาญสามารถโฟกัสกับงานหน้างานจริงได้มากขึ้น ทั้งในแง่ของการดูแลลูกค้า (Companionship) และการยกระดับการแก้ปัญหาให้เหนือความคาดหมาย ซึ่งเป็น “ศิลปะของการทำงาน” ที่ยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ของมนุษย์ และไม่สามารถถูกทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

เมื่อ Wellness ถูกออกแบบตั้งแต่รายละเอียดที่เล็กที่สุด
แนวคิดด้าน Wellness Architecture ของ ART DNA ไม่ได้ถูกแยกออกมาเป็นฟีเจอร์เพิ่มเติม แต่ฝังอยู่ในแกนของ Art of Beyond และ Art of Design มาโดยตลอด
ในมิติของ Biomedical การออกแบบสวิตช์ไฟยึดหลัก Universal Design (UD) ด้วยดีไซน์แบบไร้กรอบ (Frameless) ลดความซับซ้อนของรูปแบบ และออกแบบให้ตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างแม่นยำ ใช้แรงกดน้อย เพื่อให้ทุกคนในบ้านสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม
ในมิติของ Building Science โครงสร้างภายในถูกพัฒนาโดยใช้ตัวนำทองแดงหนาพิเศษ พร้อมนวัตกรรมการพับขึ้นรูปแทนการตัดเชื่อม เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเสถียรในการใช้งานในระยะยาว
รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนการออกแบบที่ไม่ได้มองเพียงภายนอก แต่ให้ความสำคัญตั้งแต่โครงสร้างภายใน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานอาคารระดับสากล และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

สะพานเชื่อมระหว่าง Design Intent และ Construction Reality
ด้วยประสบการณ์จากกว่า 22,000 โครงการทั่วประเทศ ART DNA ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่เชื่อมระหว่างแนวคิดของสถาปนิกกับการทำงานจริงในหน้างานก่อสร้าง การนำความเชี่ยวชาญด้าน Bespoke และ Control เข้าไปดูแลโครงการแบบครบวงจร ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย ลดช่องว่างระหว่างการออกแบบและการก่อสร้าง ลดข้อผิดพลาด และช่วยควบคุมงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การทำงานร่วมกันของทีม Designer และ Engineer ภายใต้ One-Stop Technical Solution ยังช่วยให้การแก้ปัญหาหน้างานเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความซับซ้อนของงานติดตั้ง และยกระดับคุณภาพของงานก่อสร้างโดยรวมได้อย่างชัดเจน

มาตรฐานระดับโลก ที่เข้าถึงได้จริง
ไฮไลต์สำคัญของ ART DNA ในปีนี้ คือการเปิดตัว “The Art of ART DNA” อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการสื่อสารว่า มาตรฐานระดับโลกที่ได้รับการยอมรับ เช่น Red Dot Design Award และบริการระดับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่โครงการขนาดใหญ่ แต่สามารถเข้าถึงได้ในทุกสเกลของงาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่
ภายในบูธ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนวัตกรรม Universal Design ที่ ART DNA เป็นผู้บุกเบิกมาตั้งแต่ปี 2017 พร้อมพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด และนำไปสู่โซลูชันที่สามารถใช้งานได้จริงในบริบทของแต่ละโครงการ


พาร์ทเนอร์ที่ไม่จบแค่การส่งมอบ
ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 14 ART DNA ยังคงยืนยันบทบาทของตัวเองในฐานะพาร์ทเนอร์ที่ไม่ทิ้งงาน และพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกขั้นตอนของโครงการ การเข้ามาเยี่ยมชมบูธในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการทำความรู้จักสินค้า แต่คือการเข้าใจ “ตัวตน” ของแบรนด์ผ่าน 7 เสาหลักที่ยึดมั่น ทั้งในด้านดีไซน์ นวัตกรรม และความรับผิดชอบในการทำงาน
“ทีมผู้เชี่ยวชาญของ ART DNA พร้อมให้คำปรึกษา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ทุกโปรเจกต์สามารถสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์ในแบบที่ตั้งใจไว้”
พบกับ ART DNA ได้ที่บูธ S203/1 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี