27 เม.ย. - 2 พ.ค. 2570 - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’27

PICO คิดให้มากกว่าโจทย์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าบูธ

ในอดีต งานแสดงสินค้าอาจเป็นเพียงพื้นที่สำหรับจัดแสดงผลิตภัณฑ์ แต่ปัจจุบันบทบาทของบูธเปลี่ยนไปอย่างมาก แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่การออกแบบที่โดดเด่น หากแข่งขันกันว่าใครสามารถสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้คนอยากเดินเข้ามา ใช้เวลาอยู่กับแบรนด์ และจดจำสิ่งที่ได้รับหลังจบงาน

สำหรับ บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บูธจึงไม่ใช่จุดหมายปลายทางของการทำงาน แต่เป็นเพียงหนึ่งในองค์ประกอบของการสื่อสารแบรนด์ที่ต้องเชื่อมโยงทั้งกลยุทธ์ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของผู้ชมเข้าด้วยกัน

ด้วยประสบการณ์กว่า 45 ปีในประเทศไทย และการเป็นส่วนหนึ่งของ PICO Group ที่มีเครือข่ายครอบคลุม 37 เมืองทั่วโลก บริษัทจึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงออกแบบและก่อสร้างพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่พัฒนาการทำงานไปสู่การสร้าง Brand Experience แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การออกแบบ การสร้าง Engagement ไปจนถึงการต่อยอดผลลัพธ์ของแบรนด์หลังจบงาน

“ถ้าคิดได้แค่โจทย์ของลูกค้า คุณก็ทำได้แค่เสมอตัว”

คุณชยพล กัลปพงศ์ Chief Operating Officer บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) มองว่า หน้าที่ของทีมงานไม่ได้จบลงที่การทำตามโจทย์ที่ได้รับ แต่ต้องพยายามมองให้ไกลกว่านั้น

ถ้าคุณทำได้แค่โจทย์ของลูกค้า คุณก็จะทำได้แค่เสมอตัว แต่ถ้าคิดได้มากกว่าเขา นั่นคือแต้มต่อที่ทำให้เราแตกต่าง

แนวคิดนี้ทำให้ทุกโครงการของ PICO ไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่าจะสร้างบูธอย่างไร แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่า แบรนด์ต้องการสื่อสารอะไร ผู้เข้าชมควรได้รับประสบการณ์แบบไหน และการลงทุนในครั้งนั้นควรสร้างผลลัพธ์อะไรกลับคืนมา

เมื่อเข้าใจเป้าหมายอย่างแท้จริง การออกแบบจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำให้พื้นที่ดูสวยงาม แต่เป็นกระบวนการแปลงแนวคิดของแบรนด์ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถมองเห็น สัมผัส และมีส่วนร่วมได้จริง

เมื่อบูธเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

แม้ PICO จะเติบโตมาจากธุรกิจ Exhibition แต่ปัจจุบันบริษัทมองว่าการออกงานแสดงสินค้าไม่สามารถพึ่งพาการออกแบบพื้นที่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

การสร้าง Content, Digital Experience, Activation, Interactive Media รวมถึงการใช้ AI และข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจผู้เข้าชม กลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้คนใช้เวลาอยู่กับแบรนด์นานขึ้น และเกิดการพูดถึงต่อหลังจบงาน

บูธจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ขณะที่สิ่งสำคัญกว่าคือการสร้าง Engagement ให้เกิดขึ้นตลอดเส้นทางของผู้เข้าชม เพราะเมื่อผู้คนมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น โอกาสในการสร้างการจดจำและผลตอบแทนจากการลงทุนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ความคิดสร้างสรรค์ที่ดี ต้องเกิดขึ้นได้จริง

อีกหนึ่งมุมมองที่ PICO ให้ความสำคัญ คือการเชื่อมโยงระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับการลงมือปฏิบัติ

แม้เทคโนโลยีและ AI จะช่วยให้การสร้างภาพหรือแนวคิดทำได้รวดเร็วขึ้น แต่บริษัทมองว่าความสวยงามเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่สามารถผลิต ติดตั้ง หรือส่งมอบได้ภายใต้ข้อจำกัดของเวลา งบประมาณ และความปลอดภัย

ด้วยเหตุนี้ ทีม Creative, Project Management, Marketing และ Partner จึงทำงานร่วมกันตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพื่อให้ทุกแนวคิดได้รับการพิจารณาควบคู่ไปกับความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง การบริหารต้นทุน และระยะเวลาการติดตั้ง

PICO เชื่อว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ดีที่สุด จึงไม่ใช่แนวคิดที่อยู่ได้แค่บนหน้าจอหรือบนกระดาษ แต่คือแนวคิดที่สามารถเปลี่ยนเป็นประสบการณ์จริงได้เมื่อถึงวันเปิดงาน

ความสำเร็จของโครงการ ต้องเป็นชัยชนะของทุกฝ่าย

นอกจากการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมแล้ว PICO ยังเชื่อว่าความสำเร็จของโครงการต้องเกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แนวคิด “Win-Win-Win” คือหลักการที่บริษัทใช้ในการทำงานมาโดยตลอด ลูกค้าต้องบรรลุเป้าหมายของแบรนด์ บริษัทต้องสามารถส่งมอบงานได้ตามมาตรฐาน ขณะที่พาร์ตเนอร์และทีมงานก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว

มุมมองนี้ยังสะท้อนออกมาในการบริหารทีมงานหน้างาน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องติดตั้งภายในเวลาจำกัด บริษัทจะวางแผนกำลังคนและทีมสนับสนุนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ภาระงานตกอยู่กับคนเพียงกลุ่มเดียว ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และรักษาคุณภาพของงานจนถึงวันส่งมอบ เพราะสำหรับ PICO ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ควรแลกมาด้วยความเสียหายของใครคนใดคนหนึ่ง

ประสบการณ์ที่ดี ต้องสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน

อีกหนึ่งประเด็นที่ PICO ให้ความสำคัญคือการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ การออกแบบเพื่อลดของเสีย การนำไวนิลจากงานนิทรรศการมาต่อยอดเป็นกระเป๋า หรือการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่า Sustainability ไม่ได้หมายถึงสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการสร้างระบบการทำงานที่ทุกฝ่ายสามารถเติบโตไปด้วยกัน ทั้งลูกค้า ทีมงาน และพาร์ตเนอร์ เพราะเมื่อทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน ธุรกิจก็จะเดินหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ท้ายที่สุด สำหรับ PICO การออกงานแสดงสินค้าไม่ใช่เพียงการสร้างบูธให้สวยที่สุด แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ช่วยให้แบรนด์สื่อสารกับผู้คนได้อย่างมีความหมาย สร้างการมีส่วนร่วมที่ต่อยอดได้หลังจบงาน และสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับทุกการลงทุน เพราะเมื่อคิดได้มากกว่าโจทย์ที่ได้รับ บูธก็จะไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้คน และเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ป้ายกำกับ :
แชร์