GLASTEN แบรนด์ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่พัฒนาระบบสำหรับงานสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ผสานทั้งความสวยงาม เทคโนโลยี และประสิทธิภาพของระบบประตูหน้าต่างสมัยใหม่

คุณพิสิฐ จิรภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลาสเท่น (ไทยแลนด์) จำกัด มองว่า เหตุผลสำคัญที่ GLASTEN เข้าร่วมงานสถาปนิกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะกลุ่มผู้ใช้งานหลักของผลิตภัณฑ์คือสถาปนิกและนักออกแบบ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทในการเลือกและกำหนดระบบประตูหน้าต่างให้สอดคล้องกับแนวคิดของอาคาร
ขณะเดียวกัน เจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่คุ้นเคยกับระบบประตูหน้าต่างแบบยุโรปหรือระบบเฉพาะทางต่าง ๆ มากนัก สถาปนิกจึงมักทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและถ่ายทอดความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเหล่านี้ให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อให้สามารถเลือกใช้วัสดุและระบบที่เหมาะสมกับการออกแบบได้อย่างแท้จริง
เมื่อระบบประตูหน้าต่างเริ่มเป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานเข้าใจมากขึ้น
จากการเข้าร่วมงานสถาปนิกมาอย่างต่อเนื่อง GLASTEN ได้เห็นพัฒนาการของตลาดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
คุณพิสิฐย้อนให้เห็นภาพว่า ในช่วงแรก ๆ ที่บริษัทเริ่มนำเสนอระบบ Thermal Break ในประเทศไทย ผู้ใช้งานจำนวนมากยังไม่คุ้นเคยกับแนวคิดของระบบนี้ และมักตั้งคำถามว่าระบบดังกล่าวคืออะไร รวมถึงมีบทบาทอย่างไรในการใช้งานจริง
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา ความเข้าใจของผู้ใช้งานเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มสถาปนิกและนักออกแบบที่เริ่มมองเห็นบทบาทของระบบประตูหน้าต่างในฐานะองค์ประกอบสำคัญของประสิทธิภาพอาคาร
ปัจจุบัน ผู้เข้าชมจำนวนไม่น้อยเดินเข้ามาที่บูธพร้อมกับความรู้เกี่ยวกับระบบที่ต้องการอยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดในประเทศไทยกำลังพัฒนา และเปิดรับเทคโนโลยีด้านวัสดุจากต่างประเทศมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประตูหน้าต่างในฐานะองค์ประกอบสำคัญของอาคาร
ระบบหลักที่ GLASTEN พัฒนาและนำเสนอคือ Thermal Break System ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยแยกชั้นของวัสดุอะลูมิเนียมระหว่างภายนอกและภายในอาคารออกจากกัน หลักการสำคัญของระบบนี้คือการลดการถ่ายเทความร้อนผ่านกรอบประตูหน้าต่าง ทำให้สภาพอุณหภูมิภายในอาคารไม่ถูกรบกวนจากสภาพอากาศภายนอกโดยตรง
ในบริบทของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิภายนอกค่อนข้างสูง ขณะที่ภายในอาคารมักมีการใช้เครื่องปรับอากาศ ระบบดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระของระบบปรับอากาศ และส่งผลให้การใช้พลังงานภายในอาคารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางของการออกแบบอาคารในปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด Green Building และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีจากต่างประเทศกับการพัฒนาในประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์ของ GLASTEN ส่วนหนึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอุปกรณ์และระบบที่พัฒนาขึ้นในยุโรป บริษัทนำเข้าอุปกรณ์จากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี จีน รวมถึงประเทศในยุโรปบางแห่ง ก่อนนำมาประกอบและพัฒนาระบบภายในประเทศไทย เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในโครงการสถาปัตยกรรมภายในประเทศ
หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการพัฒนาระบบ Thermal Break ร่วมกับบริษัท Technoform จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบนี้ในระดับโลก ทำให้ GLASTEN สามารถพัฒนาระบบประตูหน้าต่างที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านประสิทธิภาพของวัสดุ และการใช้งานจริงในงานสถาปัตยกรรม
การออกแบบประตูหน้าต่างสำหรับงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่
หนึ่งในจุดเด่นของระบบประตูหน้าต่างของ GLASTEN คือความสามารถในการรองรับงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในโครงการบ้านพักอาศัยระดับลักชัวรี่ที่ต้องการช่องเปิดขนาดกว้าง การออกแบบระบบจึงต้องคำนึงถึงทั้งโครงสร้าง การรับน้ำหนัก และความปลอดภัยของระบบบานประตูหน้าต่าง
คุณพิสิฐชี้ให้เห็นว่า การทำประตูหน้าต่างขนาดใหญ่ไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดของบานเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณารายละเอียดทางวิศวกรรมอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งจุดรับน้ำหนักของโครงสร้าง การคำนวณโหลดของอุปกรณ์ ไปจนถึงระบบความปลอดภัยของบานประตูหน้าต่าง
แนวคิดดังกล่าวทำให้การพัฒนาระบบประตูหน้าต่างต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านวิศวกรรมและมุมมองด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมควบคู่กัน
ไฮไลท์ระบบใหม่ของ GLASTEN ในงานสถาปนิก’69
สำหรับงานสถาปนิก’69 GLASTEN เตรียมนำเสนอระบบประตูหน้าต่างรุ่นใหม่หลายระบบ
หนึ่งในไฮไลท์คือ ระบบบานเลื่อน Slimline ขนาดใหญ่ ที่สามารถออกแบบช่องเปิดได้กว้างถึงประมาณ 9 เมตร และสูงประมาณ 3 เมตร โดยมีทั้งระบบเปิดแบบ Manual และระบบมอเตอร์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบบ้านอัจฉริยะ (Home Automation)
นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอระบบ Slide & Compress ซึ่งเป็นระบบบานเลื่อนที่มีการซีลปิดรอบบาน ทำให้สามารถลดเสียงและความร้อนได้ในระดับใกล้เคียงกับระบบบานเปิด
รวมถึงระบบหน้าต่างรุ่นใหม่ในกลุ่ม Slimline ที่ออกแบบให้มีกรอบบาง เพื่อเพิ่มพื้นที่มุมมองและสร้างความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกอาคาร
เทคโนโลยีและบริการที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งาน
นอกจากการพัฒนาระบบผลิตภัณฑ์แล้ว GLASTEN ยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าในกลุ่มบ้านระดับลักชัวรี่
บริษัทมีการรับประกันสินค้า 3 ปี พร้อมทีมบริการหลังการขายที่สามารถดูแลลูกค้าได้ตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์
คุณพิสิฐมองว่า ระบบที่ออกแบบและติดตั้งอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากกว่าการต้องเรียกช่างเข้ามาซ่อมแซมบ่อยครั้ง
สัมผัสระบบประตูหน้าต่างจาก GLASTEN ในงานสถาปนิก’69
ภายในบูธของ GLASTEN ผู้เข้าชมจะได้ทำความรู้จักกับระบบประตูหน้าต่างที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการออกแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ตั้งแต่ระบบ Thermal Break ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการลดความร้อน ไปจนถึงโซลูชันสำหรับช่องเปิดขนาดใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยมในงานออกแบบบ้านและอาคารยุคใหม่
นอกจากการจัดแสดงผลิตภัณฑ์แล้ว ผู้เข้าชมยังสามารถสำรวจแนวคิดการพัฒนาระบบประตูหน้าต่างที่คำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพของอาคาร ความปลอดภัยของการใช้งาน และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของการออกแบบช่องเปิดในงานสถาปัตยกรรม
ขอเชิญสถาปนิก นักออกแบบ รวมถึงเจ้าของโครงการสัมผัสระบบประตูหน้าต่างและเทคโนโลยีใหม่ของ GLASTEN ได้ที่ บูธ D107 ภายในงาน งานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี