28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
28 เม.ย. - 3 พ.ค. - อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์
#architect’26

WDC ยกทัพนวัตกรรมวัสดุเพื่อคุณภาพชีวิต ในงานสถาปนิก’69

บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WDC ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายกระเบื้องและวัสดุตกแต่งพื้นผิวสำหรับงานสถาปัตยกรรมที่ให้ความสำคัญกับทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของวัสดุ

คุณบุญประเสริฐ ศิริโรจน์รัตนะ Marketing & Branding Assistant Manager เล่าว่า การเข้าร่วมงานสถาปนิกในแต่ละปีเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนทิศทางของตลาดจริง เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่นำเสนอสินค้าใหม่แล้ว ยังเป็นเหมือน “เวทีตรวจสอบ” ว่าการวิจัยและการคาดการณ์เทรนด์ที่แบรนด์ทำมาตลอดทั้งปีนั้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากน้อยเพียงใด

ที่ผ่านมา WDC ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยนำกำไรส่วนหนึ่งกลับมาพัฒนาการศึกษาตลาด ทั้งในมิติของดีไซน์ ขนาดกระเบื้อง เทคโนโลยีพื้นผิว และพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อมองเห็นทิศทางของอุตสาหกรรมในอนาคต

งานสถาปนิกจึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่ช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวออกไปนั้นสามารถตอบโจทย์ทั้งสถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของบ้านได้จริงหรือไม่

การเปลี่ยนแปลงของรสนิยมวัสดุในงานออกแบบ

จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใช้งานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา WDC พบว่าความเข้าใจเรื่องวัสดุของผู้บริโภคในประเทศไทยเริ่มพัฒนาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่แบรนด์นำมาใช้ในการพัฒนาคอลเลกชันใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในอดีต ภาพของความหรูหรามักถูกเชื่อมโยงกับกระเบื้องลายหินอ่อนที่มีลวดลายโดดเด่นหรือมีสีสันชัดเจน แต่ปัจจุบันผู้ใช้งานเริ่มเปิดรับวัสดุที่มีลักษณะของพื้นผิวและโครงสร้างลายธรรมชาติ (structure) มากขึ้น

รวมถึงการใช้กระเบื้องขนาดใหญ่ที่สามารถนำไปตัดหรือปรับรูปแบบเพื่อนำไปใช้งานกับองค์ประกอบสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ ระยะเวลาที่เทรนด์ระดับโลกจะถูกนำมาใช้ในประเทศไทยเริ่มสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาหลายปีหลังจากเทรนด์เกิดขึ้นในยุโรป ปัจจุบันผู้ใช้งานในประเทศไทยสามารถเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ ได้รวดเร็วขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวจึงกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ WDC ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านลวดลายขนาดกระเบื้อง และเทคโนโลยีพื้นผิว เพื่อให้วัสดุสามารถตอบโจทย์การใช้งานของสถาปนิกและเจ้าของบ้านในปัจจุบันได้มากขึ้น

จากพื้นผิวกระเบื้องสู่ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีขึ้น

สำหรับ WDC “นวัตกรรม” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นแนวคิดที่แบรนด์ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้กระเบื้องของ WDC ได้รับรางวัล Best Innovation Award จากงานสถาปนิกหลายปีติดต่อกัน

หนึ่งในแนวคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างจริงจังคือการออกแบบพื้นผิวกระเบื้องให้ตอบโจทย์ด้าน Wellness หรือคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในอดีต กระเบื้องที่ต้องการคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมักต้องใช้พื้นผิวที่หยาบเพื่อช่วยลดการลื่นล้ม แม้จะตอบโจทย์ด้านความปลอดภัย

แต่พื้นผิวลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดความไม่สบายเท้า หรือทำให้การดูแลรักษาทำได้ยาก

WDC จึงพยายามพัฒนาพื้นผิวกระเบื้องให้เกิดสมดุลระหว่าง ความปลอดภัยและความสบายในการใช้งาน โดยสร้างพื้นผิวที่ยังคงคุณสมบัติในการกันลื่น แต่ให้สัมผัสที่นุ่มขึ้น ไม่ระคายผิว และสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากมิติของฟังก์ชันแล้ว ลวดลายของกระเบื้องยังมีบทบาทต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย เพราะพื้นผิวที่มีโทนสีและลวดลายใกล้เคียงธรรมชาติสามารถสร้าง ความสบายทางจิตใจ (psychological comfort) ให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ทำให้บ้านไม่ใช่เพียงพื้นที่ใช้งาน แต่เป็นสภาพแวดล้อมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้พักอาศัยทุกช่วงวัย

ในอีกมิติหนึ่ง กระเบื้องยังกลายเป็นวัสดุที่สามารถทดแทนการใช้หินธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำนวนจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถถ่ายทอดลวดลายและพื้นผิวของวัสดุธรรมชาติได้ใกล้เคียงมากขึ้น ทั้งในด้านดีไซน์และการใช้งานจริง

Gravity Collection: นวัตกรรมที่ส่งเข้าชิง Best Innovation Award 2026

ในปีนี้ WDC ยังได้นำหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญอย่าง Gravity Collection เข้าร่วมการประกวด Best Innovation Award 2026 ภายในงานสถาปนิก’69 ซึ่งเป็นเวทีที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีและการออกแบบจากผู้แสดงสินค้าทั่วทั้งงาน

Gravity Collection มาพร้อมกับ HARDITEC Technology ที่โดดเด่นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีผิวกระเบื้องแบบ Ultra Scratch Resistant ที่มีค่าความแข็งระดับ 9 ตาม Mohs Hardness Scale ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับเพชร ทำให้พื้นผิวมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการใช้งานหนักหรือมีการสัญจรหนาแน่น

นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว นวัตกรรมนี้ยังสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืน ผ่านการยืดอายุการใช้งานของวัสดุ ลดความถี่ในการเปลี่ยนหรือซ่อมแซม และช่วยลดขยะจากการก่อสร้างในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับทั้ง “ประสิทธิภาพการใช้งาน” และ “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” ไปพร้อมกัน

การเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการนำเสนอศักยภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของแนวคิดการพัฒนาวัสดุของ WDC ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

กระเบื้อง Pet-Friendly: นวัตกรรมพื้นผิวเพื่อการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยง

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ WDC พัฒนาขึ้นคือกระเบื้องสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ภายใต้ UNITEC Technology ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวที่เลี้ยงสุนัข

ปัญหาที่พบได้บ่อยในบ้านที่เลี้ยงสุนัขคือพื้นผิวภายในบ้านที่มีความลื่นเกินไป ทำให้สัตว์เลี้ยงสูญเสียการทรงตัวได้ง่าย โดยเฉพาะสุนัขสายพันธุ์ขนาดเล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอย่าง ภาวะลูกสะบ้าเคลื่อน หรือความผิดปกติของข้อต่อจากการเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวที่ไม่เหมาะสม

เทคโนโลยี UNITEC จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง ความปลอดภัยและความสบายในการใช้งาน โดยพื้นผิวของกระเบื้องถูกออกแบบให้ช่วยลดการลื่นไถล แต่ยังคงมีสัมผัสที่นุ่มต่ออุ้งเท้าของสัตว์เลี้ยง ไม่หยาบจนทำให้เกิดการระคายเคือง ขณะเดียวกันยังมีคุณสมบัติที่ช่วยให้การทำความสะอาดทำได้ง่าย ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับพื้นที่ที่มีสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ร่วมกัน

นวัตกรรมดังกล่าวยังได้รับการรับรองจาก สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีการนำกระเบื้องรุ่นนี้ไปใช้งานจริงภายในคลินิกสัตวแพทย์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากพื้นผิวที่ลื่นเกินไป และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนไหวของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

ไฮไลต์พิเศษ: ลวดลายหินจากมหาวิหารมิลานสู่กระเบื้องคอลเลกชันใหม่ของ WDC

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ WDC เตรียมเปิดตัวภายในงานปีนี้ คือกระเบื้องคอลเลกชันพิเศษ MILANO SUBLIME ที่ถอดลวดลายมาจากหินที่ปรากฏอยู่ภายใน มหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) ประเทศอิตาลี หนึ่งในสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญระดับโลก

ความพิเศษของโครงการนี้อยู่ที่หินชนิดดังกล่าวเป็นวัสดุที่มีสิทธิ์ใช้งานเฉพาะกับมหาวิหารแห่งนี้เท่านั้น ทำให้การนำลวดลายของหินต้นแบบออกมาพัฒนาเป็นวัสดุใหม่ต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลมหาวิหารโดยตรง

WDC จึงได้ร่วมมือกับ Town Distributor ในประเทศอิตาลี เพื่อทำการสแกนพื้นผิวของหินต้นแบบอย่างละเอียด ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาเป็นกระเบื้องพอร์ซเลนที่สามารถถ่ายทอดลวดลายของวัสดุต้นแบบได้อย่างใกล้เคียง

กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายปีในการดำเนินการ และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่นำลวดลายจากสถาปัตยกรรมระดับโลกมาถ่ายทอดสู่การใช้งานในงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ซึ่งทาง WDC มองว่าอาจเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมงานในปีนี้

นอกจากมิติของการออกแบบแล้ว คอลเลกชันดังกล่าวยังมีความหมายในเชิงการอนุรักษ์ เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายจะถูกนำกลับไปสนับสนุน มูลนิธิที่ดูแลมหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) เพื่อใช้ในการบูรณะและอนุรักษ์สถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์แห่งนี้ต่อไป

สัมผัสนวัตกรรมกระเบื้องและประสบการณ์บูธ WDC ในงานสถาปนิก’69

ภายในงานสถาปนิก’69 WDC เตรียมนำเสนอประสบการณ์ของวัสดุผ่านพื้นที่จัดแสดงที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ โดยยังคงหยิบ เส้นโค้งในงานสถาปัตยกรรม มาใช้เป็นภาษาการออกแบบสำคัญ

แนวคิดดังกล่าวต่อยอดจากการนำเสนอในปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของกระเบื้องขนาดใหญ่ที่สามารถตัดและประยุกต์ใช้กับพื้นผิวสถาปัตยกรรมได้หลากหลาย ขณะที่ในปีนี้ แนวคิดของรูปทรง convex และ concave หรือโค้งเข้า–โค้งออก ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในการสำรวจพื้นที่และวัสดุ

ผู้เข้าชมจึงสามารถเดินชมผลิตภัณฑ์และทำความเข้าใจศักยภาพของกระเบื้องผ่านบรรยากาศของพื้นที่จัดแสดง พร้อมสัมผัสกระเบื้องคอลเลกชันใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดด้าน นวัตกรรม ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ WDC ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง

มาร่วมสำรวจนวัตกรรมกระเบื้องและแนวคิดการพัฒนาวัสดุของ WDC ได้ที่บูธ S103 ภายในงานสถาปนิก’69 งานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ป้ายกำกับ :
แชร์